In the future, everyone will be world-famous for fifteen minutes.
- Andy Warhol, 1968.
ผมรู้จัก แอนดี้ วอรฮ์ล จากงานของเขาแต่เพียงผิวเผิน แต่ก็คิดว่าพอคาดเดาได้ว่าทรรศนะของเขาต่อสิ่งต่างๆ นั้นเป็นไปในทิศทางใด งานศิลปะหลากหลายแขนงของเขานั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานชวนหัว ขบขัน สนุกสนาน แต่ก็ช่างเสียดสีประชดประชันและเต็มไปด้วยข้อวิพากษ์วิจารณ์ทั้งที่เขามีทั้งต่อปัจจุบันและอนาคต และหนึ่งในสังคมวิพากษ์เหล่านั้นก็คือวาทะอันเป็นอมตะ “อีกหน่อย เราคงโด่งดังระดับโลกกันได้สักคนละสิบห้านาที”
ถึงวันนี้ ประโยคดังกล่าวมีส่วนถูกและสอดคล้องกับสิ่งที่ประจักษ์แก่ตาของเรามากขึ้นเรื่อยๆ แม้เราจะรู้กันดีว่าในยุคหกสิบยังไม่มียูถูบ (YouTube) หรือสำนักข่าวแห่งหนึ่งๆ ก็จะไม่ได้พยายามติดตามทุกๆ สิ่งที่อาจจะเป็นข่าวได้ในทุกแขนงสาขาความรู้ (ไม่ว่าตนเองจะถนัดหรือไม่) เหมือนอย่างในปัจจุบัน แต่ก็เป็นไปได้ว่าในยุคนั้น ยุคที่ระดับของโลกาภิวัฒน์ยังไม่เกิดในระดับมหภาคเช่นในปัจจุบัน จำนวนข้อมูลข่าวสารที่วิ่งผ่านสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันก็คงน่าเวียนหัวสำหรับ วอรฮ์ล อยู่ไม่ใช่น้อยแล้ว แต่นั่นเทียบไม่ได้กับปัจจุบันนี้เลยที่ข่าวสารต่างๆ นั้นต่างก็มีแพทเทิร์นที่เหมือนกัน คือเกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และตายลงแทบจะทันทีในระยะเวลาสั้นๆ ผมคิดว่าเราอาจสำทับลงไปอีกได้ว่า หลายข่าวเหลือเกินที่มีชีวิตอยู่ไม่ถึงสิบห้านาทีเลยด้วยซ้ำ
แน่นอน คุณผู้อ่านครับ… iPad ของเรามีอายุยืนยาวกว่าสิบห้านาที แน่นอน นั่นเพราะสตีฟให้เวลาสำหรับงานแถลงข่าวครั้งล่าสุดแก่มันทั้งหมดเลยทีเดียว (รวมเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง)
แต่แปลก! กับความรู้สึกแรกเมื่อผมได้ดูคีย์โน้ตในเช้าตรู่ของวันที่ 29 มกราคม ผมจำใจต้องยอมรับว่าผมอดรนทนไม่ได้กับหลายนาทีอันเชื่องช้าในซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในการแสดงเดโมแต่ละครั้ง และหลายครั้ง หลังจากที่สตีฟเกริ่นนำเกี่ยวกับสเป๊คเสร็จผมก็จะเร่งภาพผ่านช่วงเดโมของสตีฟไปเลยแทบจะทันที แน่นอน ไม่มีอะไรผิดแปลกในการเดโมผลิตภัณฑ์ของสตีฟ เขายังคงทำเหมือนเดิม บอกกับเราด้วยถ้อยคำเร้าอารมณ์แต่จืดๆ แบบเขาเหมือนเดิม (“It’s phenomenal”, “It’s incredible”, etc.) และแทบไม่มีการผิดคิวหรือสคริปต์ให้เห็น ตรงกันข้าม ผมคิดว่านี่เป็นครั้งแรกๆ ที่ผมอาจพูดได้ว่า มันไม่มีการผิดคิวใดๆ เกิดขึ้นเลยบนเวที (ยกเว้น error ที่เราแอบเห็นกันตอนพื้นที่ที่เป็นไฟล์แฟลชไม่แสดงผลบน iPad ขณะเบราส์หน้าเว็บ และ สตีฟ จ๊อบส์ สไลด์ผ่านมันไปอย่างรวดเร็ว) และตัว iPad เองก็ไม่ได้ทำตัวผิดแปลกใดๆ เลยด้วยซ้ำ… แต่เดี๋ยวก่อน บางทีประโยคนี้อาจจะเป็นคำตอบก็ได้
บางทีมันอาจเป็นเพราะว่า “ตัว iPad เองก็ไม่ได้ทำตัวผิดแปลกใดๆ เลย” นั่นเอง
มันเป็นการยากที่จะทำให้ลูกของเราดีใจสุดขีด หากเขารู้ล่วงหน้าแล้วว่าเราจะซื้อพจนานุกรมให้เขาเป็นของขวัญวันเกิด
ในทำนองเดียวกัน มันทำให้แฟนๆ ตื่นเต้นแทบจะไม่ได้เลย หากเขารู้หมดไส้หมดพุงแล้วว่ามีอะไรอยู่ข้างใน iPad บ้าง ไม่ใช่เพราะแอปเปิลไม่ปิดข่าว ตรงกันข้าม พวกเขาพยายามสุดขีดที่จะปิดทุกๆ อย่างที่เกี่ยวข้องกับ iPad และปิดจนกระทั่งถึงนาทีสุดท้าย ไม่เว้นแม้แต่ราคา ซึ่งกับชื่อผลิตภัณฑ์ และเรื่องชื่อผลิตภัณฑ์นี่เอง สามารถเป็นแบบจำลองให้เราสามารถขยายความเรื่องนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้อีก
ข่าวมากมายที่พูดถึงศัพท์คำว่า iSlate แทนที่จะพูดถึง iPad ที่เคยมีคนแอบคิดไว้ตั้งแต่ต้นถูกคนช่วยกันโหมนำเสนอให้จนผู้ฟังเชื่อและ เปลี่ยนชื่อเรียกมันไปโดยปริยาย ผมเชื่อว่าคนคิดถึงชื่อ iPad มากกว่าเป็นเพราะมันพ้องกับคำว่า iPod และดูเก๋ไก๋กว่าอย่างช่วยไม่ได้ นั่นยิ่งทำให้ผมปักใจเชื่อว่า คำว่า iSlate นั้นมีอิทธิพลขึ้นมาได้เพราะมันถูกปล่อยผ่านคนสาย Insider มาถึงคนข้างนอกแน่นอน…เหมือนคุณดูซีรี่ส์แล้วคำถามข้อหนึ่งของคุณถูกคลี่คลายโดยสมบูรณ์ตรงหน้า… คุณค่าแห่งการบิดเบือนข่าวสารครั้งที่หนึ่งอยู่ตรงนี้
และนี่คือว้าวที่ 1 จากเพียงสองว้าวที่เกิดขึ้นในงานแถลงข่าววันนั้น อีกว้าวหนึ่ง คือ เมื่อ สตีฟ จ๊อบส์ พูดถึงราคาอันถูกแสนถูกซึ่งถูกเก็บเป็นความลับ (และถูกบิดเบือนเช่นเดียวกัน)
รายละเอียดที่เหลือเกี่ยวกับ iPad มีแต่รายละเอียดสเป็คที่แทบจะซ้ำซ้อนกับ iPhone จึงไม่ผิดที่ใครๆ จะเรียกขนานนามว่ามันคือ iPhone หรือ iPod Touch ขนาดขยายส่วน แต่กลับยิ่งฟังดูเป็นปมด้อยขึ้นไปอีกเมื่อบางสิ่งที่ สตีฟ จ๊อบส์ บอกว่ามันช่างเลอเลิศ คือคุณสมบัติอย่างการท่องเว็บไซท์ได้อย่างลื่นไหล หรือความสามารถในกาลเปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ หรือแม้แต่การมีฟีเจอร์อย่างแอ็พ iWorks ก็ตาม มันแทบจะไม่ได้เรียกเสียงอูห์ อาห์ ให้เกิดขึ้นในห้องเหมือนอย่างที่เป็นมาโดยสม่ำเสมอได้เลย เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชมเหล่านั้นกันนะ?
หรือว่า iPad ก็เป็นแค่ iPod Touch ขยายขนาด สำหรับพวกเขาจริงๆ?