No more excitement in Apple Products?

In Patternism, published on Jan 29, 2010.
Mainly about . 0 comments.

สองคืนก่อนหน้านี้ Apple Inc. เปิดตัวแท็บเล็ตใหม่ และเรียกมันว่า iPad

ท่ามกลางความตื่นเต้น ตามลำดับธรรมเนียมการสร้างกระแสของวัฒนธรรมแอปเปิล กล่าวคือ ทันทีที่บัตรเชิญถูกแจกจ่ายไป ความตื่นเต้นก็เข้าครอบครองจิตใจของแฟนผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลแทบจะในทันที

ต่อจากนั้นก็จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ สำหรับความว่างเปล่า สำหรับแอปเปิล มันอาจเป็นเพียงระยะตระเตรียมงานตามธรรมดา แต่สำหรับแฟนๆ แล้วมันกลับไม่ใช่ระยะเวลาว่างเปล่าเลย ในความคิดของผม ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่สนุกสนานที่สุดสำหรับแฟนผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล มันเป็นช่วงแห่งการตั้งคำถาม คาดเดา และค้นหาคำตอบถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น และมันกินระยะเวลาสั้นๆ ทว่าคุ้มค่าที่สุด กล่าวคือ ตั้งแต่วินาทีแรกของการ์ดเชิญ จนถึงวินาทีสุดท้ายก่อน สตีฟ จ๊อบส์ จะปรากฎตัวบนเวที ผมคิดว่า เราสามารถเรียกระยะเวลานี้อย่างตรงไปตรงมาแต่มีนัยสำคัญว่า “ระยะเวลา แห่งข่าวลือ”

สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ ข่าวลือสร้างยอดผลิตภัณฑ์

โดยตัวแฟนๆ ของแอปเปิลเองจัดเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่นอกจากจะมีความสามารถ และมาตรฐานในการบริโภคที่สูงกว่าระดับปรกติแล้ว ยังเป็นกลุ่มบุคคลที่สนุกกับความท้าทาย การค้นหาคำตอบ และมีความสามารถในการบริโภคข้อมูลจำนวนมากๆ แล้วคัดแยกย่อยออกมา ให้เหลือเพียงเฉพาะข้อมูลที่ต้องการ (ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง) ได้ การจมอยู่ในมหาสมุทรของข้อมูลในอินเตอร์เน็ทเกี่ยวกับ “สิ่ง” ที่กำลังจะมาถึง จึงเป็นความตื่นเต้นและท้าทายอันแสนหฤหรรษ์สำหรับทุกๆ คน แฟนๆ ใส่ไอเดียเข้ามาในการคาดเดา ตอบคำถามแฟนคนอื่นๆ อย่างละเอียดละออถึงสเป๊คของผลิตภัณฑ์ และหลายคนเลยเถิดไปถึงขั้นการอุทิศกำลัง ทำภาพจำลองเพื่อประกอบความเข้าใจเพื่อนำไปแสดงในเว็บไซท์ใดๆ ก็ตามที่ทำได้ ภาพประกอบเหล่านี้ ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่การร่างภาพแบบผ่านๆ เพื่อความเข้าใจเท่านั้น บ่อยครั้งที่เลยเถิดไปถึงการพยายามสร้างขึ้นมาอย่างจริงจังและมีองค์ประกอบ สมบูรณ์เหมือนจริงทุกประการ แต่เป็นเพียงแค่ความพยายามถึงขนาดการ “บลั๊ฟฟ์” (Bluff – สำทับว่ารู้เหนือกว่าทั้งที่ไม่) ว่าสิ่งที่ร่างขึ้นมาในความคิดของเขานั้นเป็นชิ้นผลิตภัณฑ์จริงที่แฟนๆ กำลังจะได้เห็นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า – อย่างไรก็ตาม มันเป็นความสนุกสนานอันหาที่เปรียบมิได้

Aggressiveness; แค่กว้างไม่พอ ต้องกร้าวด้วย

ผมคิดเอาเองว่า ปรากฏการณ์ต่อมาน่าจะเป็นเพียงพัฒนาการปรกติตามหลักสังคมวิทยา ที่ความสนุกสนานเหล่านี้แรกทีเดียวอาจจำกัดตัวอยู่เพียงในวงแคบๆ แต่เมื่อผู้คนมากมายเริ่มรู้สึกได้ถึงความสนุกสนานเหล่านี้ผ่านสื่อมวลชน ที่ก็เป็นธรรมดาอยู่เองจะต้องพยายามหาสิ่งซึ่งประกอบด้วยความบันเทิงเพื่อนำ มาขยายขนาดให้เป็นความสุขสำหรับมวลชน (จริงๆ แล้วนี่เป็นวิธีคิดเกี่ยวกับข่าว ในเชิงสื่อสารมวลชน ที่น่าจะถูกเพียงครึ่งเดียว – คุณสามารถอ่านต่อได้ที่ “ว่าด้วยแพทเทิร์นของนักสื่อสารมวลชนในไทย”) จะพัฒนาไปเป็นความสุขสำหรับคนจำนวนมากขึ้น ซึ่งถ้ากลุ่มคนที่เข้ามาเลือกสรรความสุขเหล่านี้ออกไปจะเป็นกลุ่มแฟนที่ ติดตามข่าวที่ไม่ใช่แฟนสินค้า หรือผู้ที่ได้รับฟังข่าวมาอีกทอดหนึ่ง เท่านั้น กลไกแห่งการสร้างกระแสด้วยระยะเวลาแห่งข่าวลือก็คงจะไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมา ใหม่นอกจากขนาดของกลุ่มคนที่เพิ่มขึ้นในสังคม เท่านั้นเอง

ผมคิดว่า ถึงจุดนี้เราน่าจะสามารถระบุถึงวัตถุแปลกปลอมบางอย่างที่ถูกใส่เข้ามา และมันได้ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ขึ้นได้เป็นผลสำเร็จจริงๆ การมาถึงของคนกลุ่มที่สามารถเรียกตัวเองได้ว่าเป็น “อินไซเดอร์” (Insider – คนวงใน) นั่นเอง ที่ได้เกื้อหนุนให้กับระยะเวลาแห่งข่าวลืออันเล็กน้อยนี้ส่งผลกระทบแรงขึ้น ไปยังบรรดาแฟนๆ สร้างความคลั่งไคล้ได้ถึงขั้นเกือบจะทนทุกข์ทรมานก่อนจะถึงวันแห่งการเปิด ตัวเลยทีเดียว

แม้ว่าเราไม่อาจรู้ข้อเท็จจริงและกลไลอย่างละเอียดในการสรรสร้างฟันเฟืองที่ชื่อว่า อินไซเดอร์ ได้ด้วยทฤษฎีใดๆ ตายตัว แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าคนเหล่านี้กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกสารทิศในอินเตอร์เน็ท และคำว่า “บอกได้นิดหน่อยเท่านั้น” ได้กลายเป็นสารกระตุ้นบางอย่างที่ทำให้ความตื่นเต้นอันไม่จีรังนี้ ก่อตัวเหนียวแน่นมากขึ้น ด้วยการเพิ่ม “ข้อมูลที่เป็นจริง แต่บอกไม่ได้ทั้งหมด” เข้ามาในระบบการโปรโมทสินค้านี้

สีสันที่เกิดขึ้นในห้วงระยะเวลานี้ช่างตื่นเต้นและร้อนแรง แต่มันก็ต่างจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นในลำดับต่อไปอย่างสิ้นเชิงจนแทบจะเรียกได้ว่า “มันช่างน่าผิดหวัง” เลยทีเดียว

Leave a comment