SNSD

In Patternism, published on Feb 16, 2010. 0 comments.

คงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าคุณเคยได้พบสาวน้อย (หรือเด็กชายน้อยๆ) คนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน และสิบปีให้หลัง คุณก็พบว่าเธอคนนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปแบบเหลือเชื่อ เช่น สวยผิดหูผิดตา เลิกใส่แว่นแล้ว ดัดผมแล้ว ท่าทางเปลี่ยนไปแล้ว ฯลฯ

ความคิดในเรื่องอายุหรือความเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้นนั้นเป็นทิศทางปรกติของการตัดสินคนอื่นจากตัวของเราเอง ผมว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไปตามธรรมชาติ เราเองก็อายุมากขึ้น สาวน้อยคนนั้นก็อายุมากขึ้น เป็นไปได้ว่าเมื่อเธออายุ 25 เธออาจได้เจอประสบการณ์หลายสิ่งในแบบเดียวกับหญิงสาวอายุ 25 ปีทั่วไป ผมเองเชื่อแบบนี้ว่า คนเราที่อายุ 25 ปี… เราจะมีประสบการณ์ใส่อยู่ในชีวิตด้วยปริมาตรเท่ากัน แม้ว่าเนื้อในจะไม่เหมือนกันเลยก็ตาม…

วิธีคิดแบบเดียวกันนี้ถูกนำมาประยุกต์ในการพรีเซ้นท์วงดนตรีประเภทเกิร์ล กรุ๊ป และบอย แบนด์ จนถึงปัจจุบัน และเกิดขึ้นทั้งในฝั่งอเมริกาและเอเชีย

Patterns :

  • เพลงที่เขียนในอัลบั้มใหม่ มักจะต้องพูดถึงว่าฉันโตขึ้นแล้ว ไม่เด็กแล้วนะ
  • แน่นอน เกิร์ลกรุ๊ป และ บอยแบนด์ ไม่ค่อยเขียนเพลงกันเอง แต่ค่ายจะพยายามให้นักร้องมีส่วนร่วมในเพลง มักพูดกันว่านักร้องมีส่วนในการเขียนเพลงในอัลบั้มใหม่ด้วย ทว่าจริงๆ มักเป็นแค่การ “ให้ไอเดีย” กับทีมเขียนเพลงเท่านั้นเอง
  • เสื้อผ้าจะดูเป็นหนุ่มเป็นสาวมากขึ้น ทั้งๆ ที่อัลบั้มที่แล้วมันเพิ่งผ่านมาปีเดียว แต่ไม่รู้เป็นไงเปลี่ยนวิธีการแต่งตัวจากหน้ามือเป็นหลังมือ
  • เพลงช้าในชุดนี้ หนึ่งเพลง จะ “อ้างอิง” เพลงช้าที่ได้รับความนิยมจากชุดที่แล้ว
  • ชุดนี้การแต่งตัวมักดูเตลิดมากขึ้น แต่นักร้องจะบอกว่าเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น… เป็นไปได้ว่าชุดที่แล้วไม่ได้แต่งตัวหรือร้องเพลงแบบเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็แย่เนาะ

Anti-Patterns :

  • ศิลปินเดี่ยว (หรือแบนด์ที่เล่นดนตรีเป็นเอง) มีแพทเทิร์นการเจริญเติบโตในทางคล้ายกันบ้าง แต่โดยมากแล้วอัตราการเจริญเติบโตจะช้ากว่า กล่าวคือ เรามักเห็นแค่ความเปลี่ยนแปลงทางการแต่งตัวหรือตีมของชุด แต่วิธีคิดและการเขียนเพลง (ซึ่งโดยมากคนเหล่านี้เขียนเอง) มีความคงที่และนิ่งในสไตล์ของตัวเองมากกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรากฐานของการเล่นดนตรีเป็นหมุดปักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ยากมาก ยากกว่าการเปลี่ยน Choreographer แล้วก็เปลี่ยนสไตล์การเต้น
  • การเปลี่ยนสไตล์แต่งตัวหรือเสื้อผ้าไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่สไตล์ที่ผ่าหลุดจากของเดิมอย่างสุดโต่ง เป็นเรื่องที่พยายามอย่างโจ่งแจ้งจนเกินไป
  • ศิลปินควรเป็นคนที่สร้างสรรค์งานด้วยตัวเอง การมีคนมาสอนให้เขียนเพลงหรือเต้น ยังไม่น่าจะนับว่าตัวเองเป็นศิลปิน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ควรอยู่ในวงการ… อย่างไรก็ดี เราคาดหวังให้คนเหล่านี้เติบโตขึ้นและเป็นศิลปินจริงๆ ได้สักวันเหมือนกัน (เช่นที่เกิดมาแล้วกับบอยแบนด์อย่าง Take That หรือ Michael Jackson เป็นต้น)

Question :

  1. คุณนึกถึงศิลปินเก่าๆ ที่คุณรู้จักคนไหน ที่เข้าข่ายนี้บ้างครับ?

Leave a comment