<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Lhongdotnet</title>
	<atom:link href="http://lhong.net/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://lhong.net</link>
	<description>มองโลกแบบแพทเทอร์นิสต์</description>
	<lastBuildDate>Sun, 28 Mar 2010 14:13:31 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>love this :D</title>
		<link>http://lhong.net/patternism/love-this/</link>
		<comments>http://lhong.net/patternism/love-this/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 26 Mar 2010 08:15:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lh</dc:creator>
				<category><![CDATA[Patternism]]></category>
		<category><![CDATA[infographic]]></category>
		<category><![CDATA[japan]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lhong.net/?p=292</guid>
		<description><![CDATA[คนที่ทำเป็นคนญี่ปุ่น แต่ลองคิดแบบคนต่างประเทศที่ไม่ใช่ญี่ปุ่น เป็นงานธีสิสของนักศึกษานะครับ ว่าด้วยแปดสิ่ง (ที่น่าจะ) แปลกๆ เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น ในสายตาของคนอื่น ชอบมาก :D

Japan-The Strange Country (English ver.) from Kenichi on Vimeo.
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คนที่ทำเป็นคนญี่ปุ่น แต่ลองคิดแบบคนต่างประเทศที่ไม่ใช่ญี่ปุ่น เป็นงานธีสิสของนักศึกษานะครับ ว่าด้วยแปดสิ่ง (ที่น่าจะ) แปลกๆ เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น ในสายตาของคนอื่น ชอบมาก :D<br />
<object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="400" height="225" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowfullscreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=10305194&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=&amp;fullscreen=1" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="400" height="225" src="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=10305194&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=&amp;fullscreen=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<h6><a href="http://vimeo.com/10305194">Japan-The Strange Country (English ver.)</a> from <a href="http://www.kenichi-design.com/">Kenichi</a> on <a href="http://vimeo.com/user1705963">Vimeo</a>.</h6>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lhong.net/patternism/love-this/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บทความว่าด้วยฮาราคีรี และ ซามูไร</title>
		<link>http://lhong.net/novelism/commentary-novelism/harakiri-and-samurai/</link>
		<comments>http://lhong.net/novelism/commentary-novelism/harakiri-and-samurai/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Mar 2010 01:55:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lh</dc:creator>
				<category><![CDATA[Commentary]]></category>
		<category><![CDATA[commentary]]></category>
		<category><![CDATA[harakiri]]></category>
		<category><![CDATA[manager]]></category>
		<category><![CDATA[samurai]]></category>
		<category><![CDATA[seppuku]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lhong.net/?p=241</guid>
		<description><![CDATA[ว่าด้วยเรื่องของการทำเซปปุกุของซามูไรในอดีต คนที่เขียนข้อความเหล่านี้เป็นเพียงผู้อ่าน ทว่าเป็นผู้ค้นคว้ามาจริงๆ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เขียนเรื่องสั้นเรื่อง &#8220;ศัตรู&#8221; เพิ่งจบพอดี ประจวบเหมาะ! ในเว็บ manager มีพูดถึงบทความเกี่ยวกับ harakiri   มีคอมเม้นท์ตอบไว้น่าสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมซามูไร จึงขอคัดลอกมาไว้ ณ   ที่นี้</p>
<blockquote><p>ถึงคุณนพวรรณ</p>
<p>บทความนี้ค้นคว้าใช้ได้ แต่มีผิดพลาดอยู่บ้าง ในฐานะที่ทำวิจัยเรื่องที่เกี่ยวข้องเลยอยากเข้ามาเสริมสักเล็กน้อย</p>
<p>ก่อน อื่น คุณค้นคว้าย้อนกลับไปแค่สมัยโตกุกาว่า (ค.ศ. 1603-1868) เท่านั้น ซึ่งวัฒนธรรมนักรบมีมาก่อนนั้นหลายร้อยปี คือนักรบเริ่มมีบทบาทตั้งแต่สมัยปลายยุคเฮอัน (ค.ศ. 794-1185) แล้ว</p>
<p>Seppuku ในยุคโตกุกาว่าที่คุณบรรยายไม่สามารถใช้เป็นตัวแทนเพื่ออธิบายแนวคิดเรื่อง ฆ่าตัวตายในวัฒนธรรมนักรบญี่ปุ่นได้ เพราะยุคโตกุกาว่าเป็นยุคที่ปลอดสงครามแล้ว ไม่เหมือนยุคอื่นๆ ก่อนหน้า ดังนั้น บทบาทหน้าที่ของเซปปุกุจึงเปลี่ยนไป มักจะใช้เป็นการลงโทษประหารชนชั้นนักรบเสียมากกว่า นอกจากนี้ยังมีการกำหนดให้การฆ่าตัวตายโดยพลการของชนชั้นซามูไรผิดกฏหมาย ด้วย เนื่องจากมีบางกลุ่มนิยมฆ่าตัวตายตามเจ้านาย อีกทั้งยังมีการตั้งระเบียบพิธีว่าด้วยการคว้านท้องให้ถูกต้องตามธรรมเนียม ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ใน ยุคโตกุกาว่าเท่านั้น ซึ่งเป็นระเบียบที่เต็มไปด้วย &#8220;สัญญะ&#8221; และไม่ได้สะท้อนความเป็นจริงของซามูไรในอดีตในยุคต่างๆ แต่อย่างใด คือเรียกว่าเหมือนเป็นละครฉากหนึ่งก็ได้ ทุกคนมีบทที่ตนเองต้องเล่น</p>
<p>อย่าง ภาพที่คุณยกมาภาพแรก ก็เป็นเพียงการจัดฉากเพื่อถ่ายโปสการ์ด โดยภาพนี้มาจากยุคเมจิซึ่งหมดยุคซามูไรไปแล้ว เป็นยุคที่ญี่ปุ่นเข้าสู่สมัยใหม่แล้ว ฝรั่งเป็นคนถ่ายภาพนี้ หาดูได้ใน Flickr ส่วนภาพที่สองที่คุณยกมาเป็นการวาดจากคำบรรยายของฝรั่งคนหนึ่งที่ได้ไปเห็น การลงโทษด้วยการคว้านท้องในปลายยุคโตกุกาว่าเท่านั้น</p>
<p>ส่วน มิชิม่านั้น มีนักวิจัยในหลายสาขาลงความเห็นกันว่า ช่วงท้ายของชีวิตของเขามีอาการป่วยด้วยทางจิตหลายโรคด้วยกัน เช่น depression, narcissism, และ exhibitionism-masochism ฯลฯ จึงไม่ควรยกเขามาเป็นกรณีศึกษาเรื่องเซปปุกุนัก ยิ่งไปกว่านั้น มิชิม่าการฆ่าตัวตายของมิชิม่าเป็นการหยิบยืมเกร็ดต่างๆ ของแต่ละยุคมารวมกัน โดยมิชิม่าแต่งตัวเลียนแบบทหารยุคเมจิ ซึ่งเป็นยุคที่เขาเคยเขียนเรื่องทหารหนุ่มฆ่าตัวตาย (Patriotism) แต่พยายามเลียนแบบ &#8220;พิธีการ&#8221; ตามแบบที่บันทึกไว้ในยุคโตกุกาว่า ทั้งๆ ที่ ideal ของซามูไรที่มิชิม่าชื่นชมและเขียนถึงตลอดชีวิตกลับมาจากยุคคลาสสิค คือ ยุคเฮอัน</p>
<p>ยุคมิชิม่ายังไม่มีอินเทอร์เน็ต จึงเป็นไปได้ว่าเขาเองก็ไม่ได้ทำการวิจัยอย่างลึกซึ้ง แต่เพียงหยิบยก เกร็ดของแต่ละยุคมาผสมปนเปกันตามชอบใจ สร้างขึ้นเป็นลัทธิใหม่ และสร้างความเข้าใจผิดว่ามิชิม่าฆ่าตัวตายตามแนวคิด &#8220;บูชิโด&#8221; ที่มีอยู่ในสมัยศักดินา</p>
<p>สุดท้ายคือ มิชิม่าไม่ได้ฆ่าตัวตายกับเพื่อน แต่เป็นกับ &#8220;ลูกศิษย์&#8221; ที่เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยวาเซดะ หัวขวารุนแรงที่สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกองค์กร militant ของมิชิม่า ลูกศิษย์คนนี้นั่นแหละที่เป็นคนแนะนำมิชิม่าเรื่องพล็อตรัฐประหารและการฆ่า ตัวตาย มีคนลือกันว่าสองคนนี้เป็นคู่รักกันด้วย ซึ่งมีส่วนเป็นไปได้เพราะมิชิม่าเองก็เปิดเผยว่าเป็นเกย์ และมีธรรมเนียม &#8220;ฆ่าตัวตายพร้อมคู่รัก&#8221; แพร่หลายขึ้นมาในสมัยโตกุกาว่าที่มิชิม่าพยายามเลียนแบบด้วย</p>
<p>และมิ ชิม่ากับลูกศิษย์ไม่ได้ฆ่าตัวตายต่อหน้ากองทหารที่เขาไปบังคับให้มา ฟังเขาพูดบนระเบียง แต่เขาปีนหน้าต่างกลับไปคว้านท้องในห้องของผู้บัญชาการกองทหารที่ถูกมัดมือ เป็นตัวประกันอยู่ มิชิม่าไม่ได้ตายทันที หลังจากลูกศิษย์ที่จะฆ่าตัวตายตามพยายามฟันคอให้ พลาดไปสองสามครั้ง ลูกศิษย์อีกคนที่เป็นนักเคนโดจึงเข้ามาฟันให้แทน คอขาดในดาบเดียว</p>
<p>ถ้า คุณไปค้น YouTube หัวข้อ The Life and Death of Yukio Mishima คุณจะเห็นภาพศพและศีรษะมิชิม่าด้วย เข้าใจว่าเป็นภาพของหน่วยพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจญี่ปุ่น เหมาะสำหรับดูเพื่อปลงว่า การพยายามที่จะ Glorify การฆ่าตัวตายอย่างที่มิชิม่าพยายามจะทำนั้น ที่แท้จริงเป็นเรื่องที่น่าสลดใจ และน่าสงสารมากกว่า</p>
<p>ด้วยความเคารพ จาก ครูดาบคนหนึ่ง</p></blockquote>
<p>• • •</p>
<p>อ่านจบแล้วนึกถึง Le Magasin de Suicides (ร้านชำของคนอยากตาย)   ที่เพิ่งอ่านจบ ตัวเอกของบ้านชื่อมิชิม่าโดยอ้างโยงถึงผู้เขียนคนนี้เช่นเดียวกัน   หากแต่ว่าเรื่องนั้นพยายามวาดเป็นตลกร้ายอันฝืดเฝื่อน ราบแบน   จิกกัดแบบไร้รสนิยม และจบได้ &#8220;หักมุมเข้าแนวเดิมอย่างน่าเบื่อ&#8221;   ตามสไตล์นักเขียนเรื่องสั้นฝรั่งเศสที่เคยได้เจอมา</p>
<p>สรุปได้ว่า วัฒนธรรมจริงๆ นั้นลึกล้ำและงดงาม ผู้ที่ศึกษาอย่างถ่องแท้จะซาบซึ้งและเติบโต<br />
ส่วนพวกชมชิมแต่เพียงผิวเผิน ก็เห็นมันเป็นแค่การแอบเอาหมากฝรั่งไปแปะตามข้าวของในพิพิธภัณฑ์</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lhong.net/novelism/commentary-novelism/harakiri-and-samurai/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ศัตรู</title>
		<link>http://lhong.net/novelism/short-story-novelism/the-enemy/</link>
		<comments>http://lhong.net/novelism/short-story-novelism/the-enemy/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 20 Mar 2010 01:50:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lh</dc:creator>
				<category><![CDATA[Short Story]]></category>
		<category><![CDATA[samurai]]></category>
		<category><![CDATA[short story]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lhong.net/?p=238</guid>
		<description><![CDATA[inspiration: Tomoe Gozen, Heike Monogatari]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กลับหลังหัน และหันหน้าให้กับความว่างเปล่า</p>
<p>ประสาทสัมผัสเบื้องหน้าแสดงภาพดำมืดแม้เรากลอกตาไปมา  ในขณะที่ประสาทส่วนอื่นฝืนพลังรับรู้ของตน  ขยายวงสังเกตการณ์ออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ  ลมพัดเสียงดังวูมวาวพาไอเย็นหนาวเหน็บมาจากที่ไกล  กิโมโนของข้าพเจ้ากระพือไหวไปตามแรงลม</p>
<p>ข้าพเจ้าจับดาบด้วยมือเพียงข้างเดียว จับกระชับที่ปลายด้ามเกือบสุด  ชี้ปลายดาบสู่เบื้องหน้าที่ว่างเปล่า  ขยับส้นเท้าด้านขวาให้เกตะหมุนออกไปเพียงเล็กน้อย  เท้าซ้ายปล่อยเป็นเท้าตามไปด้านหลัง ย่อเข่าลงเพียงนิดเดียว&#8230;  ท่าเตรียมพร้อม ประสาทสัมผัสหยุดเคลื่อนไหวจนนิ่งสนิท  จิตใจของข้าพเจ้าเริ่มว่างเปล่า ข้าพเจ้าไม่พบความรู้สึกใดๆ</p>
<p>ข้าพเจ้าถอยเท้าขวาไปด้านหลัง ยกแขนขวาขึ้นสูงเสมอมวยผมบนศีรษะ  ครุ่นพินิจแรงลมและเสียงของมันที่อยู่ด้านหลัง  หุ่นฟางตั้งอยู่ไม่ไกลเกินหนึ่งหมุนตัวและครึ่งช่วงปลายดาบ  ยกแขนซ้ายขึ้นอุ้งมือดันด้ามดาบใกล้โกร่ง  ข้าพเจ้าทิ้งน้ำหนักลงที่ขาขวาหมุนตัวกลับหลังทั้งร่าง  เท้าซ้ายสืบไปข้างหน้า</p>
<p>ดาบบัดนี้อยู่สูงเหนือศีรษะของข้าพเจ้าตวัดลง  ข้อมือขวาที่แน่วแน่พาดาบเฉือนตัดม่านลมด้วยความคมกริบจนถึงตัวหุ่นขาดทแยง เป็นเส้นแทบตั้งฉากกับพื้น ไร้แรงต้านใดๆ ดุจตัดสายลมด้วยสายลม</p>
<p>มีเพียงเสียงฝุบ ที่ข้าพเจ้าได้ยิน  กับเสียงท่อนบนของหุ่นฟางหล่นลงถึงพื้นหิมะที่ตามมาในอึดใจ</p>
<p>เสียงกึกเพียงเล็กน้อยเกือบเงียบกริบแว่วเข้าหูข้าพเจ้ามาจากหลังคาบ้าน ขณะยังไม่ทันแกะผ้าคลุมตาออกและยังอยู่ในท่าจบ! แน่นอน  หากไม่ใช่เสียงปลายเท้าของสัตว์ขนาดใหญ่ชนิดอื่นๆ  มันย่อมแปลความหมายเป็นสิ่งใดไปไม่ได้</p>
<p>มือสังหาร! ข้าพเจ้าคิดในใจ</p>
<p>บัดนั้นจิตใจของข้าพเจ้าก็ระรัวขึ้นดุจไทโกะในงานเทศกาลที่ผ่านมา  หากแต่มันไม่ใช่ความยินดีอย่างเดียวกัน ข้าพเจ้าไม่อาจสงบได้อีก  จิตใจของข้าพเจ้าสั่นไหวเสียจนกายหยุดนิ่งทว่าสั่นสะท้าน  กำหนดลมหายใจของข้าพเจ้าสั่นประดุจหญิงสาวแรกรุ่นกำลังรับรู้สัมผัสถูกต้อง ร่างกายจากชายหนุ่ม&#8230;​ เอาเถอะ  แม้ไม่เคยมีชายใดถูกต้องร่างกายของข้าพเจ้าจริงๆ เลยก็ตาม  แต่ในฐานะสตรีเช่นกัน ข้าพเจ้าย่อมเข้าใจได้เองอย่างไม่ยากเย็นอะไร</p>
<p>แต่ที่ยากกว่าคือความรู้สึกต้องการขยับเขยื้อนร่างกายในเวลานี้  ข้าพเจ้าไม่อาจเคลื่อนไหวใดๆ เลย  นั่นเพราะข้าพเจ้ากำลังหวั่นเกรงเหลือเกินว่าเขาจะรู้ว่าข้าพเจ้าไม่ใช่ บุรุษ แม้กายภายนอกจะแต่งกายดุจซามูไรหนุ่ม  แต่หากนี่ไม่ใช่การลอบสังหารพี่ชายของข้าพเจ้า แต่เป็นการศึกสงครามจริงๆ  ข้าพเจ้าครุ่นคิด ข้าพเจ้าจะตายแน่นอนหากเป็นเช่นนี้  ข้าพเจ้าจะเอาตัวรอดไปได้อย่างไร?</p>
<p>ไม่มีเสียงขยับกายของฝ่ายตรงข้ามอีก ข้าพเจ้าแน่ใจว่าไม่ได้ยินสิ่งใดอีก  แต่หากเวลานี้เขาอยู่เบื้องหลังช้าพเจ้าล่ะ? ก่อนที่เวลาจะหมดไปมากกว่านี้  จิตใจของข้าพเจ้าสั่ง &#8220;ปรับกระบวนรบ!&#8221; จิตใจของข้าพเจ้าออกคำสั่งอีกครั้ง  &#8220;ทหาร! จงปรับกระบวนรบ!&#8221;  ร่างกายของข้าพเจ้าเคร่งครัดหนักแน่นขึ้นครั้งหนึ่ง  พลันนึกออกว่าสิ่งใดที่จำเป็นต้องทำในยามนี้ &#8220;เมื่อข้าศึกมาเยือนถึงประตู  อย่าเสียเวลาลั่นกลองรบ หากทัพยังหลับใหล&#8221;</p>
<p>ข้าพเจ้าลืมตาโพลงใต้ผ้าปิดตา ร่างกายขานรับว่าพร้อม สติกลับสู่ร่างกาย  ข้าพเจ้าหายใจช้าๆ เพียงหนึ่งเข้าและออก และจัดร่างกาย  บัดนี้ยืนตรงทิ้งแขนลงข้างลำตัว ปลายดาบชี้ลงสู่พื้น  ใคร่ครวญว่าจากนี้จะขยับรางกายในกระบวนใด&#8230; ไม่เสียเวลา!  ฉับพลันข้าพเจ้ารับรู้ถึงลมวูบไหวที่แผ่นหลัง  มือสังหารอยู่ในระดับพื้นดินแล้ว  เสียงสวบแรกลงสู่พื้นหิมะห่างออกไปเพียงห้าช่วงดาบ!</p>
<p>ฝึบ! รองเท้าสานของเขาจมลงในพื้นหิมะ เขาใกล้เข้ามาอีกหนึ่งก้าว  ข้าพเจ้าสืบเท้าซ้ายไปข้างหน้าอย่างช้าๆ&#8230; ฝึบ!  เขายังคงเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ&#8230; ฝึบ!  สิ้นเสียงย่ำเท้าที่สามข้าพเจ้าได้ยินเสียงดาบของเขาเคลื่อนตัวเสียดสีผ่าน ฝักของมัน ข้าพเจ้าก้มตัวลงต่ำทิ้งน้ำหนักลงบนขาซ้าย  ย่อเข่าและค้อมตัวลง&#8230;​ ฝึบ!  ข้าพเจ้าขยับให้แขนขวาเข้ามาอยู่ภายใต้การบดบังด้วยร่างกายของข้าพเจ้า  พ้นจากสายตาของฝ่ายตรงข้าม&#8230; ฝึบ! ฝึบ! ฝึบ!  เขาวิ่งเข้ามาและห่างจากข้าพเจ้าเพียงสองช่วงดาบ  ปลายดาบของข้าพเจ้าสูงพ้นศีรษะขณะค้อมตัวลงจนสุด  เท้าขวาที่อยู่ข้างหน้าดีดตัวออก ยึดตัวไว้ด้วยน้ำหนักบนเท้าซ้าย  ข้าพเจ้าหมุนตัวกลับหลังในทันที  แรงเหวี่ยงจากการหมุนและแรงตวัดดาบส่งเสริมกลมกลืน  ถึงเวลานี้ข้าพเจ้าจำต้องเชื่อมั่นในจิตใจของตัวเองที่คำนวนจนสุดกำลัง  หากแรงตวัดนี้ผิดพลาดไปแม้เพียงระยะครึ่งดาบนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแห่งการ ตัดม่านสายลมของข้าพเจ้า  กระนั้นกระบวนดาบตัดสายลมของข้าพเจ้าครั้งนี้นับว่าสมบูรณ์แบบยิ่งยวดแล้ว  ข้าพเจ้าภูมิใจอย่างสุดหัวใจจริงๆ</p>
<p>เสียงดาบของข้าพเจ้าดุจวาดผ่านอากาศว่างเปล่า  ทว่าข้าพเจ้าไม่มีเวลาจะให้แก่ความลังเลใดๆ  กระบวนท่าที่เฉียบคมที่สุดไม่อาจเกิดขึ้นได้หากขาดซึ่งศรัทธา  ข้าพเจ้ารู้ว่าแรงเหวี่ยงในครั้งนี้มากโขอยู่  ทว่าดาบของข้าพเจ้ากลับลากจนจบกระบวนได้โดยไร้แรงเสียดต้านทานใดๆ  ให้รู้สึกว่าข้าพเจ้าได้ลากผ่านสิ่งใดหรือไม่ จนสุดปลาย! จบกระบวนดาบแล้ว!</p>
<p>บัดนี้ ข้าพเจ้าวาดวงจนจบสิ้นกระบวนดาบแล้ว</p>
<p>ข้าพเจ้ายังคงสงบอยู่ในท่าย่อเข่า  เท้าซ้ายนำอยู่ข้างหน้าและหันหน้าไปยังฝ่ายตรงข้าม  ปลายดาบลากตามแรงเหวี่ยงเป็นวงกลมครบรอบและกลับไปบรรจบอยู่เบื้องหลัง   ปลายดาบชี้ลงสู่พื้น ข้าพเจ้าหยุดสงบนิ่งอยู่ในท่านั้นเป็นเวลาหลายลมหายใจ  ผิวหนังของข้าพเจ้าตื่นตัวไปหมดทุกส่วนราวกับมันกำลังสำรวจให้ทั่วร่างกาย ว่าเจอบาดแผลใดบ้างหรือไม่ ขนลุกซู่ขึ้น  เมื่อข้าพเจ้าเพิ่งนึกออกว่านับเนื่องตั้งแต่เมื่อครู่  ข้าพเจ้ายังไม่ได้ยินเสียงสิ่งใดๆ ตกถึงพื้นเลย</p>
<p>ข้าพเจ้าตายไปแล้วหรือนี่?</p>
<p>ฉับพลันเท่าความคิด ข้าพเจ้าแทบหมดลม เข่าอ่อนทรุดกายลงบนพื้นหิมะ  หัวใจหวิววาบเต้นระส่ำราวกับแตกสลาย  ข้าพเจ้าสูดลมหายใจเข้าขาดช่วงสะท้อนเสียงสะอื้นด้วยความเสียดายชีวิต  แม้ไม่รับรู้ถึงความเจ็บปวดใดๆ  เลยแต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อได้รับรู้ว่าอะไรกำลังเกิดขึ้นกับตน  ถึงตอนนั้นเองข้าพเจ้าได้ยินเสียงหินกระทบพื้นหนักหน่วง แต่ไร้เสียงสะท้อน  ฟังดูคล้ายน้ำหนักกายคนทิ้งลงกับพื้นได้ไม่ยาก  บางอย่างกระเซ็นติดแก้มของข้าพเจ้าสองสามหยดอย่างเหนอะหนะ  พลันตามด้วยลมวูบผ่านหน้าข้าพเจ้าอย่างที่สุด  และเสียงตุบตกห่างข้าพเจ้าไปเพียงช่วงเป่าเทียนดับเท่านั้น!  มันใกล้เสียจนต้องสะดุ้ง ข้าพเจ้ากระถดถอยและกรีดร้อง  น้ำตาพลันพรั่งพรูอย่างหมดอายด้วยสติออกจากร่าง&#8230;  ข้าพเจ้ากลับกลายเป็นเด็กหญิงน้อยๆ คนหนึ่งไปเสียแล้ว</p>
<p>ข้าพเจ้าร้องไห้  กลิ่นคาวเลือดแตะจมูกของข้าพเจ้าจากหยดน้ำที่แตะอยู่ข้างแก้ม  ข้าพเจ้าปล่อยดาบลงกับพื้น  ใช้มือสองข้างเปะปะช่วยกันเลื่อนผ้าปิดตาขึ้นที่หน้าผาก  ชายในชุดดำนอนอยู่เบื้องหน้ากลางพื้นหิมะที่กำลังตีวงสีแดงฉาน  ดาบของเขาตกอยู่ห่างหัวเข่าของข้าพเจ้าเพียงหนึ่งฝ่ามือเท่านั้น  ในบ้านของข้าพเจ้าเริ่มมีเสียงเอะอะวุ่นวาย  มีคนจุดตะเกียงและเลื่อนบานประตูวิ่งออกมาหาข้าพเจ้า  ข้าพเจ้ายังคงร่ำไห้เสียงดังไม่หยุด&#8230; พี่ชายของข้าพเจ้าวิ่งออกมาจากบ้าน  ตาเบิกโพลงด้วยความตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นทุกสิ่งที่เกิดขึ้น  เขารีบวิ่งตรงมาหาและคุกเข่าลงกอดข้าพเจ้าไว้ พร่ำเรียกชื่อข้าพเจ้า  สติจึงค่อยกลับคืนมาอย่างแช่มช้า  พลันข้าพเจ้าจึงค่อยจดจำชื่อของตัวเองได้อีกครั้ง  เพราะพี่ชายของข้าพเจ้ายังคงไม่หยุดเรียกชื่อข้าพเจ้า ครั้งแล้วครั้งเล่า</p>
<p>&#8220;โทโมเอะ&#8230; โทโมเอะ&#8230; ​เจ้าปลอดภัยแล้ว&#8230; เจ้าปลอดภัยแล้ว โทโมเอะ&#8230;&#8221;</p>
<p><a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Onna_bugeisha">onna bugeisha • female samurai</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lhong.net/novelism/short-story-novelism/the-enemy/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Precious: Based on The Novel Push by Sapphire</title>
		<link>http://lhong.net/flickism/precious-based-on-the-novel-push-by-sapphire/</link>
		<comments>http://lhong.net/flickism/precious-based-on-the-novel-push-by-sapphire/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Mar 2010 09:56:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lh</dc:creator>
				<category><![CDATA[Flickism]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lhong.net/?p=223</guid>
		<description><![CDATA[ผมมองสิ่งที่เกิดขึ้นในหนังเรื่องนี้ด้วยหัวใจแตกสลาย อยากจะเขียนให้มากกว่านี้แต่กลับรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ผู้ชมทุกคนจะสัมผัสได้เอง... ราวกับชีวิตที่ผมมีอยู่ทุกวันนี้นี่คือสวรรค์ ถ้านี่คือชีวิตของเด็กผู้หญิงธรรมดาๆ ที่จิตใจเข้มแข็งที่สุด ที่อยู่ในส่วนที่ลึกที่สุดของอเมริกา ฮาร์เล็ม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คนอย่างเราไม่มีวันเข้าใจชีวิตอย่างที่คนอื่นจะต้องประสบในวันยากลำบาก เมื่อเรายังสบายอยู่ ยังพอมีกินมีใช้ และไม่เคยลำบาก ไม่เคยต้องเสียอะไรเลยในชีวิต&#8230; ผมไม่ได้คิดอะไรมากเมื่อเริ่มดูหนังเรื่องนี้ อาหารเหนียว เคี้ยวยาก ความรู้สึกหดหู่ที่ปูมาตั้งแต่ต้นเรื่อง และตัวละครหลักอย่าง Precious ก็ทำอะไรกับสถานการณ์ไม่ได้สักอย่างเลยนอกจากก้มหน้ายอมรับมันอย่างสิ้นหวัง เพราะเธอมีอายุเพียง 16 ปี</p>
<p>แต่เธอไม่ได้ไร้ความฝัน แม้ว่าฝันของเธอจะเป็นเพียงบางอย่างที่เยียวยาหัวใจโดยไร้ร่องรอยที่อาจทาบทับได้กับความจริงแม้สักนิดเดียว แต่ธรรมดาของเด็กผู้หญิง ไม่ว่าที่ไหนในโลก ฝันสำหรับเด็กผู้หญิงสมควรสวยงามและเยียวยาหัวใจของเธอได้เสมอ</p>
<p><a href="http://lhong.net/wp-content/uploads/2010/03/precious2.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-226" title="precious2" src="http://lhong.net/wp-content/uploads/2010/03/precious2.jpg" alt="" width="460" height="222" /></a></p>
<p>ดูจบแล้วรู้เลยว่ายังมีคนลำบากกว่าเราอยู่อีกเยอะเหลือเกิน อเมริกาไม่ได้สมบูรณ์พร้อมสำหรับทุกคน (จริงๆ ก็ทุกที่ในโลกนั่นแหละ) มีคนอีกมากมายที่โน่นที่ไม่อาจจะหาทางออกให้กับชีวิตได้ มีคนอีกมากมายที่ไม่มีโอกาสเลือกมากนัก และมีอีกหลายคนที่ตกอยู่ภายใต้การข่มเหงบังคับเอาด้วยกำลัง ราวกับมันเป็นพื้นที่ปลอดศีลธรรมและมนุษยธรรม</p>
<p><img class="alignleft size-thumbnail wp-image-233" title="precious_poster" src="http://lhong.net/wp-content/uploads/2010/03/precious_poster-200x285.jpg" alt="" width="200" height="285" />ดูจบแล้ว ดีใจกับน้องนางเอก และชื่นชมกับหนังที่ทำออกมาได้ลงตัว และตรงไปตรงมาดีเหลือเกิน สมควรแล้วที่ได้รางวัล&#8230; นึกไม่ถึงด้วยว่าจะเจอสองนักร้องดัง (นอกจากโม&#8217;นี้ค) ในหนังเรื่องนี้ (ดูกันเองนะครับขนาดผมยังแอบคุ้นๆ แค่คนเดียวเอง ในรูปข้างบนนี้ก็หนึ่งคนละ :D เธอเล่นได้ดีจริงๆ ครับ)</p>
<p>ขอบคุณครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lhong.net/flickism/precious-based-on-the-novel-push-by-sapphire/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Microsoft</title>
		<link>http://lhong.net/patternism/microsoft/</link>
		<comments>http://lhong.net/patternism/microsoft/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 11 Mar 2010 07:24:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lh</dc:creator>
				<category><![CDATA[Patternism]]></category>
		<category><![CDATA[advertisement]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lhong.net/?p=188</guid>
		<description><![CDATA[Speed! Speed! Speed! ไมโครซอฟท์พูดถึง "ความเร็ว" ของเบราเซอร์ตัวใหม่ให้เราฟัง ด้วย "ความเร็ว" เพราะอยากให้เราเชื่อ ผลที่ได้น่ะเหรอครับ... น่ารักดีนะครับ!]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผมเกือบลืมไปแล้วว่า ครั้งหนึ่ง คำว่า &#8220;Fast Food&#8221; เคยเป็นคำที่ร้านอาหารด่วนอย่าง McDonald เรียกตัวเองอย่างภูมิใจ</p>
<p>เราผ่านยุคการทวนถามตัวเองมาได้สักพักหนึ่งแล้ว ว่าความเร็วนั้นจำเป็นสำหรับทุกสภาวะชีวิตหรือไม่ เมื่อครั้งหนึ่งเศรษฐกิจที่โตเร็วของเรากลับ &#8220;ล้มเร็ว&#8221; จนประคองกันไม่ทัน พังไม่เป็นท่า ในที่สุด [นักวิชาการ] ก็ถอยกลับไปนั่งนึก แล้วก็สรุปให้เราฟังว่า &#8220;เพราะเรารีบเกินไป หลายๆ อย่างเราไม่ต้องรีบก็ได้&#8221;</p>
<p>แนวคิดชีวิตแบบยั่งยืนที่แนะนำให้เรา &#8220;ลดความเร็วลงมาอยู่ที่พอประมาณ ที่เราควบคุมทุกสิ่งได้&#8221; เลยกลับกลายมาเป็นขนบที่ต้องสอน ต้องเรียนรู้กันอีกครั้ง เกิดลัทธิ Slow Food, อาหารออร์แกนิค, ต่อต้านการดัดแปลงพันธุกรรม&#8230;​จะว่าไป ส่วนใหญ่พังดูเกี่ยวข้องกับกายภาพและอาหารการกินเป็นหลัก</p>
<p>แต่คอมพิวเตอร์ไม่เกี่ยว คอมพิวเตอร์ ยิ่งทำงานได้เร็วก็ยิ่งดี ข้อนี้เหมือนเดิม</p>
<p>ผมเกือบนึกไม่ออก ตอนที่ได้ยินชื่อแคมเปญโฆษณาตัวนี้ของไมโครซอฟท์ ว่าเขาจะพรีเซ้นท์ออกมายังไง (เพราะชื่อแคมเปญบอกว่า 8 วินาที ซึ่งมันเป็นเรื่องเหลือเชื่อ!) แต่จากคลิปผมก็เข้าใจแล้วครับ ว่าโฆษณามัน 15 วินาทีตามปรกตินั่นแหละ เพียงแต่ว่า Marketing Message นั้น วิ่งพล่านใน 8 วินาทีจนแทบจะฟังไม่ทัน (แต่ก็ทันนะ เพราะมันแค่ประเด็นเดียว) มาดูความน่าสนุกของโฆษณาชุดนี้กัน</p>
<p><object width="320" height="197"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/kZDc-WhCDOA&#038;hl=en_US&#038;fs=1&#038;rel=0"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/kZDc-WhCDOA&#038;hl=en_US&#038;fs=1&#038;rel=0" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="320" height="197"></embed></object></p>
<h6>ตัวแรก InPrivate Browsing โหมดเซิร์ฟเว็บแบบไม่สำรองแคช (จริงๆ ก็สำรองนั่นแหละแต่ทำลายทิ้งทันที) ผู้หญิงด้านหลังที่พยายามจะเข้าประตูมานั่นแอบกดดันกำลังดี</h6>
<p><object width="320" height="197"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/nUKziYCpMLo&#038;hl=en_US&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/nUKziYCpMLo&#038;hl=en_US&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="320" height="197"></embed></object></p>
<h6>ตัวนี้ชื่อ Smart Screen พูดถึง Trojan Site Blockage ที่เคลมว่าหายนะจะไม่ได้เกิดจากเว็บบราวเซอร์อีกต่อไป เหลือแต่ผู้ใช้นั่นแหละ (ha-ha) ตัวนี้ผมชอบคนมาขอเก้าอี้ เร็วมาก! (แต่มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำจนต้องขำ ตามประสาคนนั่งร้านกาแฟบ่อยๆ)</h6>
<p><object width="320" height="197"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/IwkyKrsvEqM&#038;hl=en_US&#038;fs=1&#038;"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowscriptaccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/IwkyKrsvEqM&#038;hl=en_US&#038;fs=1&#038;" type="application/x-shockwave-flash" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" width="320" height="197"></embed></object></p>
<h6>ส่วนตัวสุดท้ายนี้ชื่อ Domain Highlighting พูดถึงเรื่อง Phishing Website Detection ป้องกันฟิชชิ่งเว็บไซท์ชื่อเหมือนธนาคาร&#8230; กาต้มน้ำร้อน&#8230; ผมเฉยๆ นะ แต่ก็โอเค ระทึกดี แถมยังตัดหางเสียงคนพูดให้ขาดๆ (ประมาณว่าเวลาหมดด้วย ไม่รู้จงใจหรือเปล่า) แต่เป็น &#8220;เสน่ห์ในความไม่สมบูรณ์&#8221; ที่น่ารักอย่างไม่น่าให้อภัย (เพราะมันขัดใจคนดูมาก) :]</h6>
<p>ผมชอบที่ครีเอทีฟสามารถดึงสถานการณ์รอบตัวมาเกี่ยวกับ &#8220;ความเร็ว&#8221; ได้แม้ในชั่วเสี้ยววินาที ใช้เวลากันคุ้มค่าจริงๆ :] ตบท้ายด้วย &#8220;I&#8217;m a PC&#8221; หมัดแย้บสร้างบรรยากาศพอน่ารัก (หลังๆ ผมคิดว่า Apple ก้าวร้าวไปหน่อยในแต่ละโฆษณาในจุดนี้)</p>
<p>สุดท้ายเราได้แต่ขอให้ Internet Explorer 6 ไปสู่สุขคติ (ฮา-ฮา) และ Internet Explorer 8 จะกลายเป็น America&#8217;s Sweetheart ที่ดีไซเนอร์รักมากขึ้นได้เสียที</p>
<p>ขอบคุณครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lhong.net/patternism/microsoft/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>GREP เพื่อหา Paragraph ณ จุดที่ควรตัด</title>
		<link>http://lhong.net/trickism/finding-wrong-end-of-paragraphs-using-grep/</link>
		<comments>http://lhong.net/trickism/finding-wrong-end-of-paragraphs-using-grep/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 02 Mar 2010 08:49:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lh</dc:creator>
				<category><![CDATA[Trickism]]></category>
		<category><![CDATA[indesign]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lhong.net/?p=157</guid>
		<description><![CDATA[ถ้าคุณใช้ GREP ใน InDesign ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณจะสามารถแก้ปัญหายุ่งยากต่างๆ ได้ง่ายๆ ชนิดที่คาดไม่ถึงเลยทีเดียว]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[
<a href='http://lhong.net/trickism/finding-wrong-end-of-paragraphs-using-grep/attachment/grepway/' title='grepway'><img width="150" height="70" src="http://lhong.net/wp-content/uploads/2010/03/grepway-200x94.png" class="attachment-thumbnail" alt="" title="grepway" /></a>
<a href='http://lhong.net/trickism/finding-wrong-end-of-paragraphs-using-grep/attachment/textstructure/' title='textstructure'><img width="150" height="108" src="http://lhong.net/wp-content/uploads/2010/03/textstructure-200x145.png" class="attachment-thumbnail" alt="" title="textstructure" /></a>

<p>ผมทดลอง Copy เอกสารออกจากไฟล์ PDF ไฟล์หนึ่งและ Paste ลงใน InDesign  เพื่อจะจัดหน้าให้สะดวกสำหรับการแปลเอกสาร  (ใช้วิธีแบ่งหนึ่งหน้าเป็นสองคอลัมน์ เอกสารภาษาอังกฤษอยู่คอลัมน์ซ้าย  และส่วนที่ผมจะพิมพ์เพื่อแปลจะอยู่ทางขวา) แต่หลังจาก Paste  ข้อความลงในโปรแกรมแล้วก็ต้องพบกับปัญหาข้อหนึ่ง นั่นคือ  เอกสารถูกตัดออกเป็นบรรทัดย่อยๆ ตามขนาดของคอลัมน์ที่ปรากฎในเอกสาร PDF &#8211;  ข้อความแต่ละบรรทัดไม่ได้ไหลรวมกันเป็นย่อหน้าอย่างที่ควรจะเป็น</p>
<h4>การแก้ปัญหา</h4>
<ol>
<li>ผมทดลองจับแพทเทิร์นของบรรทัดที่ตัดผิด  และพบว่าบรรทัดที่ไม่ใช่จบย่อหน้าจริงๆ นั้นมีลักษณะหนึ่งที่เหมือนกัน  นั่นคือ &#8220;สิ่งที่อยู่ก่อนหน้า End of Paragraph นั้น ไม่ใช่ Full Stop&#8221;  เสมอ</li>
<li>หากแพทเทิร์นในข้อที่ 1. ถูก นั่นแปลว่า &#8220;ถ้าผมสามารถแยกแยะ End of Paragraph ทั้งหมดที่ไม่ได้มีจุด Full Stop นำมาก่อนหน้า ออกจากที่เหลือได้ ผมจะสามารถลบจุดที่ผิดเหล่านั้นออกได้ทั้งหมด)</li>
<li>หลักการอ้างอิงสำหรับข้อ 2. คือ ค้นหา End of Paragraph ที่นำด้วย &#8220;อะไรก็ตามที่ไม่ใช่ Full Stop&#8221; &gt; แทนค่าด้วย &#8220;อะไรก็ตามที่ไม่ใช่ Full Stop นั้นๆ บวก em space หนึ่งช่อง (ที่เราเอามาแทน End of Paragraph ที่มันมีผิดที่)&#8221; &gt; ผลที่ได้คือ บรรทัดที่ตัดผิดเหล่านั้นจะถูกนำมาเรียงต่อกันแทน ส่วน End of Paragraph ที่นำหน้าด้วยจุด Full Stop ก็จะยังคงเดิมไม่เสียหาย</li>
<li>ค้นหาสูตร GREP สำหรับการแก้ปัญหานี้ &#8211; หลังจากทดลองแล้วได้ความว่า คำสั่งในช่อง &#8220;Find what:&#8221; ต้องเขียนว่า ([^\.])(\r) มีความหมายว่า ให้ตรวจหาสองสิ่ง (สองกลุ่ม) ให้เจอตามเงื่อนไข เงื่อนไขแรกคือต้องเจออะไรก็ตามที่ไม่ใช่ \. ซึ่งหมายถึงจุด Full Stop จากนั้นต้องเจอ \r ซึ่งหมายถึง End of Paragraph มาคู่กัน</li>
<li>ขั้นต่อไป ค้นหาคำสั่งในช่อง  &#8220;Change to:&#8221; ได้ความว่า ให้เขียนว่า &#8220;$1 &#8221; (โปรดสังเกตว่ามีเคาะวรรคหนึ่งครั้ง) ซึ่งหมายความว่า &#8220;จากสองสิ่ง (สองกลุ่ม) ในข้อ 4. ให้เปลี่ยนค่าเป็น เหลือแต่กลุ่มที่หนึ่ง ($1 ซึ่งหมายถึงอะไรก็ตามที่ไม่ใช่ Full Stop นั่นเอง) แล้วต่อด้วยเคาะวรรคธรรมดาหนึ่งครั้ง</li>
</ol>
<p>อย่างไรก็ตาม สูตรนี้ไม่ได้ถูกต้องสำหรับเอกสารทั้งชิ้นเสียทีเดียว ในบางกรณี สิ่งที่ตามหลัง Colon (เครื่องหมาย :) ก็หมายถึงการจบบรรทัดเหมือนกัน ถ้าจะให้ครบถ้วนจะต้องเข้าไปแก้สูตร GREP เพิ่มเติมอีก แต่สำหรับกรณีนี้ ถือว่าหน้าต่างๆ จัดได้ถูกตามที่อยากได้มากขึ้น (ที่ควรอยู่เป็น Paragraph เดียวกันก็ไม่โดนตัดบรรทัดแยกโดยไม่จำเป็นแล้ว) ผมจึงหยุดการแก้ปัญหาแต่เพียงเท่านี้</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lhong.net/trickism/finding-wrong-end-of-paragraphs-using-grep/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Case 39</title>
		<link>http://lhong.net/flickism/of-the-strange-case-39/</link>
		<comments>http://lhong.net/flickism/of-the-strange-case-39/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Feb 2010 10:32:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lh</dc:creator>
				<category><![CDATA[Flickism]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lhong.net/?p=145</guid>
		<description><![CDATA[บันทึกย่อเกี่ยวกับหนังเรื่องหนึ่งที่... ประหลาดแท้... มันพยายามจะสนุก แต่ไม่มีที่มาที่ไปเอาเสียเลย]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>กำลังนั่งดู Case 39 อยู่ที่สยาม ดูจบแล้วก็ยังนึกไม่ออก ว่าสนุกยังไง มีข้อให้ติเยอะเหลือเกิน</p>
<p>โอเค บรรยากาศตื่นเต้น เรเน่ เซลล์วีเกอร์  ไม่สามารถทำเสียงดังได้กว่าเสียงกระซิบ&#8230; เด็กผู้หญิงน่ารักมั้ย? ก็น่ารักดีแบบหลอนๆ แต่หลอนไม่เท่า Esther แห่ง Orphan</p>
<p>ดูจนเกือบจบ เพิ่งรู้ว่าควรจัดหนังเรื่องนี้เข้าอยู่ใน Category ไหน (กด Edit &gt; Select All ละกันนะ ถ้าอยากโดนสปอยล์) <span style=" color: #ffffff; background: #fff;"> ว่า อ๋อ มันเป็นหนังผี</span></p>
<p>เสียดายเรเน่ คงเล่นบทอื่นไม่ได้แล้วจริงๆ&#8230; แม่โดโรธี บอยด์ สุดสวย (เรื่องนี้ก็แอบถือโหลปลาออกจากบ้านด้วย จะให้ขำเพราะคิดถึง Jerry Maguire หรือไงนะ?)</p>
<p>อ่านหนังสือของ &#8216;รงค์ วงษ์สวรรค์ ในห้องน้ำ มีความสุข&#8230; ลืมไปแล้วว่าเคยรักหนังสือ (เกลียดตัวเองจัง)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lhong.net/flickism/of-the-strange-case-39/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>SNSD</title>
		<link>http://lhong.net/patternism/in-girl-groups-and-boy-bands/</link>
		<comments>http://lhong.net/patternism/in-girl-groups-and-boy-bands/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Feb 2010 13:16:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lh</dc:creator>
				<category><![CDATA[Patternism]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lhong.net/?p=104</guid>
		<description><![CDATA[แพทเทิร์นพัฒนาการในชุด 2 ของเกิร์ลกรุ๊ป และบอยแบนด์... เมื่อ "ลุค" ที่โตขึ้น ไม่ได้หมายถึง "วุฒิภาวะ" โตขึ้นเสมอไปในวงการเพลง... เป็นสาวกันแล้วเหรอ...​เปล่าครับ มันเป็นแค่ packaging อีกแบบเท่านั้นเอง]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>คงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าคุณเคยได้พบสาวน้อย (หรือเด็กชายน้อยๆ) คนหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน  และสิบปีให้หลัง คุณก็พบว่าเธอคนนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปแบบเหลือเชื่อ เช่น สวยผิดหูผิดตา เลิกใส่แว่นแล้ว ดัดผมแล้ว ท่าทางเปลี่ยนไปแล้ว ฯลฯ</p>
<p>ความคิดในเรื่องอายุหรือความเปลี่ยนแปลงที่มากขึ้นนั้นเป็นทิศทางปรกติของการตัดสินคนอื่นจากตัวของเราเอง ผมว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นไปตามธรรมชาติ เราเองก็อายุมากขึ้น สาวน้อยคนนั้นก็อายุมากขึ้น เป็นไปได้ว่าเมื่อเธออายุ 25 เธออาจได้เจอประสบการณ์หลายสิ่งในแบบเดียวกับหญิงสาวอายุ 25 ปีทั่วไป ผมเองเชื่อแบบนี้ว่า คนเราที่อายุ 25 ปี&#8230;  เราจะมีประสบการณ์ใส่อยู่ในชีวิตด้วยปริมาตรเท่ากัน  แม้ว่าเนื้อในจะไม่เหมือนกันเลยก็ตาม&#8230;</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="460" height="283" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/TGbwL8kSpEk&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="460" height="283" src="http://www.youtube.com/v/TGbwL8kSpEk&amp;hl=en_US&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>วิธีคิดแบบเดียวกันนี้ถูกนำมาประยุกต์ในการพรีเซ้นท์วงดนตรีประเภทเกิร์ล กรุ๊ป และบอย แบนด์ จนถึงปัจจุบัน และเกิดขึ้นทั้งในฝั่งอเมริกาและเอเชีย</p>
<h4>Patterns :</h4>
<ul>
<li>เพลงที่เขียนในอัลบั้มใหม่ มักจะต้องพูดถึงว่าฉันโตขึ้นแล้ว ไม่เด็กแล้วนะ</li>
<li>แน่นอน เกิร์ลกรุ๊ป และ บอยแบนด์ ไม่ค่อยเขียนเพลงกันเอง แต่ค่ายจะพยายามให้นักร้องมีส่วนร่วมในเพลง มักพูดกันว่านักร้องมีส่วนในการเขียนเพลงในอัลบั้มใหม่ด้วย ทว่าจริงๆ มักเป็นแค่การ &#8220;ให้ไอเดีย&#8221; กับทีมเขียนเพลงเท่านั้นเอง</li>
<li>เสื้อผ้าจะดูเป็นหนุ่มเป็นสาวมากขึ้น ทั้งๆ ที่อัลบั้มที่แล้วมันเพิ่งผ่านมาปีเดียว แต่ไม่รู้เป็นไงเปลี่ยนวิธีการแต่งตัวจากหน้ามือเป็นหลังมือ</li>
<li>เพลงช้าในชุดนี้ หนึ่งเพลง จะ &#8220;อ้างอิง&#8221; เพลงช้าที่ได้รับความนิยมจากชุดที่แล้ว</li>
<li>ชุดนี้การแต่งตัวมักดูเตลิดมากขึ้น แต่นักร้องจะบอกว่าเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น&#8230; เป็นไปได้ว่าชุดที่แล้วไม่ได้แต่งตัวหรือร้องเพลงแบบเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นก็แย่เนาะ</li>
</ul>
<h4>Anti-Patterns :</h4>
<ul>
<li>ศิลปินเดี่ยว (หรือแบนด์ที่เล่นดนตรีเป็นเอง) มีแพทเทิร์นการเจริญเติบโตในทางคล้ายกันบ้าง แต่โดยมากแล้วอัตราการเจริญเติบโตจะช้ากว่า กล่าวคือ เรามักเห็นแค่ความเปลี่ยนแปลงทางการแต่งตัวหรือตีมของชุด แต่วิธีคิดและการเขียนเพลง (ซึ่งโดยมากคนเหล่านี้เขียนเอง) มีความคงที่และนิ่งในสไตล์ของตัวเองมากกว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรากฐานของการเล่นดนตรีเป็นหมุดปักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ยากมาก ยากกว่าการเปลี่ยน Choreographer แล้วก็เปลี่ยนสไตล์การเต้น</li>
<li>การเปลี่ยนสไตล์แต่งตัวหรือเสื้อผ้าไม่ใช่เรื่องเลวร้าย แต่สไตล์ที่ผ่าหลุดจากของเดิมอย่างสุดโต่ง เป็นเรื่องที่พยายามอย่างโจ่งแจ้งจนเกินไป</li>
<li>ศิลปินควรเป็นคนที่สร้างสรรค์งานด้วยตัวเอง การมีคนมาสอนให้เขียนเพลงหรือเต้น ยังไม่น่าจะนับว่าตัวเองเป็นศิลปิน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่ควรอยู่ในวงการ&#8230; อย่างไรก็ดี เราคาดหวังให้คนเหล่านี้เติบโตขึ้นและเป็นศิลปินจริงๆ ได้สักวันเหมือนกัน (เช่นที่เกิดมาแล้วกับบอยแบนด์อย่าง Take That หรือ Michael Jackson เป็นต้น)</li>
</ul>
<h4>Question :</h4>
<ol>
<li>คุณนึกถึงศิลปินเก่าๆ ที่คุณรู้จักคนไหน ที่เข้าข่ายนี้บ้างครับ?</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lhong.net/patternism/in-girl-groups-and-boy-bands/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>15 นาทีแห่งความโด่งดัง</title>
		<link>http://lhong.net/patternism/the-15-minutes-of-fame/</link>
		<comments>http://lhong.net/patternism/the-15-minutes-of-fame/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 30 Jan 2010 12:21:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lh</dc:creator>
				<category><![CDATA[Patternism]]></category>
		<category><![CDATA[apple]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lhong.net/?p=32</guid>
		<description><![CDATA[ความดังไม่ใช่สิ่งจีรัง... ว่าด้วยแพทเทิร์นการเปิดตัวสินค้าของ Apple ตอนที่ 2]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h3>แพทเทอร์นิสต์แห่งยุคหกสิบ กับความจริงในปีสองพันสิบ</h3>
<blockquote><p>In the future, everyone will be world-famous for fifteen minutes.<br />
- <em>Andy Warhol, 1968.<br />
</em></p></blockquote>
<p>ผมรู้จัก แอนดี้ วอรฮ์ล จากงานของเขาแต่เพียงผิวเผิน แต่ก็คิดว่าพอคาดเดาได้ว่าทรรศนะของเขาต่อสิ่งต่างๆ นั้นเป็นไปในทิศทางใด งานศิลปะหลากหลายแขนงของเขานั้นเต็มไปด้วยความสนุกสนานชวนหัว ขบขัน สนุกสนาน แต่ก็ช่างเสียดสีประชดประชันและเต็มไปด้วยข้อวิพากษ์วิจารณ์ทั้งที่เขามีทั้งต่อปัจจุบันและอนาคต และหนึ่งในสังคมวิพากษ์เหล่านั้นก็คือวาทะอันเป็นอมตะ <em>&#8220;อีกหน่อย เราคงโด่งดังระดับโลกกันได้สักคนละสิบห้านาที&#8221;</em></p>
<p>ถึงวันนี้ ประโยคดังกล่าวมีส่วนถูกและสอดคล้องกับสิ่งที่ประจักษ์แก่ตาของเรามากขึ้นเรื่อยๆ แม้เราจะรู้กันดีว่าในยุคหกสิบยังไม่มียูถูบ (YouTube) หรือสำนักข่าวแห่งหนึ่งๆ ก็จะไม่ได้พยายามติดตามทุกๆ สิ่งที่อาจจะเป็นข่าวได้ในทุกแขนงสาขาความรู้ (ไม่ว่าตนเองจะถนัดหรือไม่) เหมือนอย่างในปัจจุบัน แต่ก็เป็นไปได้ว่าในยุคนั้น ยุคที่ระดับของโลกาภิวัฒน์ยังไม่เกิดในระดับมหภาคเช่นในปัจจุบัน จำนวนข้อมูลข่าวสารที่วิ่งผ่านสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันก็คงน่าเวียนหัวสำหรับ วอรฮ์ล อยู่ไม่ใช่น้อยแล้ว แต่นั่นเทียบไม่ได้กับปัจจุบันนี้เลยที่ข่าวสารต่างๆ นั้นต่างก็มีแพทเทิร์นที่เหมือนกัน คือเกิดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ และตายลงแทบจะทันทีในระยะเวลาสั้นๆ ผมคิดว่าเราอาจสำทับลงไปอีกได้ว่า หลายข่าวเหลือเกินที่มีชีวิตอยู่ไม่ถึงสิบห้านาทีเลยด้วยซ้ำ</p>
<p>แน่นอน คุณผู้อ่านครับ&#8230; iPad ของเรามีอายุยืนยาวกว่าสิบห้านาที แน่นอน นั่นเพราะสตีฟให้เวลาสำหรับงานแถลงข่าวครั้งล่าสุดแก่มันทั้งหมดเลยทีเดียว (รวมเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง)</p>
<p>แต่แปลก! กับความรู้สึกแรกเมื่อผมได้ดูคีย์โน้ตในเช้าตรู่ของวันที่ 29 มกราคม ผมจำใจต้องยอมรับว่าผมอดรนทนไม่ได้กับหลายนาทีอันเชื่องช้าในซึ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในการแสดงเดโมแต่ละครั้ง และหลายครั้ง หลังจากที่สตีฟเกริ่นนำเกี่ยวกับสเป๊คเสร็จผมก็จะเร่งภาพผ่านช่วงเดโมของสตีฟไปเลยแทบจะทันที แน่นอน ไม่มีอะไรผิดแปลกในการเดโมผลิตภัณฑ์ของสตีฟ เขายังคงทำเหมือนเดิม บอกกับเราด้วยถ้อยคำเร้าอารมณ์แต่จืดๆ แบบเขาเหมือนเดิม (&#8220;It&#8217;s phenomenal&#8221;, &#8220;It&#8217;s incredible&#8221;, etc.)  และแทบไม่มีการผิดคิวหรือสคริปต์ให้เห็น ตรงกันข้าม ผมคิดว่านี่เป็นครั้งแรกๆ ที่ผมอาจพูดได้ว่า มันไม่มีการผิดคิวใดๆ เกิดขึ้นเลยบนเวที (ยกเว้น error ที่เราแอบเห็นกันตอนพื้นที่ที่เป็นไฟล์แฟลชไม่แสดงผลบน iPad ขณะเบราส์หน้าเว็บ และ สตีฟ จ๊อบส์ สไลด์ผ่านมันไปอย่างรวดเร็ว) และตัว iPad เองก็ไม่ได้ทำตัวผิดแปลกใดๆ เลยด้วยซ้ำ&#8230; แต่เดี๋ยวก่อน บางทีประโยคนี้อาจจะเป็นคำตอบก็ได้</p>
<p>บางทีมันอาจเป็นเพราะว่า &#8220;ตัว iPad เองก็ไม่ได้ทำตัวผิดแปลกใดๆ เลย&#8221; นั่นเอง</p>
<h3>สิ่งที่คุณไม่รู้ กับสิ่งที่รู้อยู่แล้ว</h3>
<p>มันเป็นการยากที่จะทำให้ลูกของเราดีใจสุดขีด  หากเขารู้ล่วงหน้าแล้วว่าเราจะซื้อพจนานุกรมให้เขาเป็นของขวัญวันเกิด</p>
<p>ในทำนองเดียวกัน มันทำให้แฟนๆ ตื่นเต้นแทบจะไม่ได้เลย  หากเขารู้หมดไส้หมดพุงแล้วว่ามีอะไรอยู่ข้างใน iPad บ้าง  ไม่ใช่เพราะแอปเปิลไม่ปิดข่าว ตรงกันข้าม พวกเขาพยายามสุดขีดที่จะปิดทุกๆ  อย่างที่เกี่ยวข้องกับ iPad และปิดจนกระทั่งถึงนาทีสุดท้าย  ไม่เว้นแม้แต่ราคา ซึ่งกับชื่อผลิตภัณฑ์ และเรื่องชื่อผลิตภัณฑ์นี่เอง สามารถเป็นแบบจำลองให้เราสามารถขยายความเรื่องนี้ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้อีก</p>
<p>ข่าวมากมายที่พูดถึงศัพท์คำว่า iSlate แทนที่จะพูดถึง iPad  ที่เคยมีคนแอบคิดไว้ตั้งแต่ต้นถูกคนช่วยกันโหมนำเสนอให้จนผู้ฟังเชื่อและ เปลี่ยนชื่อเรียกมันไปโดยปริยาย ผมเชื่อว่าคนคิดถึงชื่อ iPad  มากกว่าเป็นเพราะมันพ้องกับคำว่า iPod  และดูเก๋ไก๋กว่าอย่างช่วยไม่ได้  นั่นยิ่งทำให้ผมปักใจเชื่อว่า คำว่า iSlate  นั้นมีอิทธิพลขึ้นมาได้เพราะมันถูกปล่อยผ่านคนสาย Insider  มาถึงคนข้างนอกแน่นอน&#8230;​เหมือนคุณดูซีรี่ส์แล้วคำถามข้อหนึ่งของคุณถูกคลี่คลายโดยสมบูรณ์ตรงหน้า&#8230; คุณค่าแห่งการบิดเบือนข่าวสารครั้งที่หนึ่งอยู่ตรงนี้</p>
<p>และนี่คือว้าวที่ 1  จากเพียงสองว้าวที่เกิดขึ้นในงานแถลงข่าววันนั้น อีกว้าวหนึ่ง คือ เมื่อ สตีฟ จ๊อบส์ พูดถึงราคาอันถูกแสนถูกซึ่งถูกเก็บเป็นความลับ (และถูกบิดเบือนเช่นเดียวกัน)</p>
<p>รายละเอียดที่เหลือเกี่ยวกับ iPad มีแต่รายละเอียดสเป็คที่แทบจะซ้ำซ้อนกับ iPhone จึงไม่ผิดที่ใครๆ จะเรียกขนานนามว่ามันคือ iPhone หรือ iPod Touch ขนาดขยายส่วน แต่กลับยิ่งฟังดูเป็นปมด้อยขึ้นไปอีกเมื่อบางสิ่งที่ สตีฟ จ๊อบส์ บอกว่ามันช่างเลอเลิศ คือคุณสมบัติอย่างการท่องเว็บไซท์ได้อย่างลื่นไหล หรือความสามารถในกาลเปลี่ยนวอลล์เปเปอร์ หรือแม้แต่การมีฟีเจอร์อย่างแอ็พ iWorks ก็ตาม มันแทบจะไม่ได้เรียกเสียงอูห์ อาห์ ให้เกิดขึ้นในห้องเหมือนอย่างที่เป็นมาโดยสม่ำเสมอได้เลย เกิดอะไรขึ้นกับผู้ชมเหล่านั้นกันนะ?</p>
<p>หรือว่า iPad ก็เป็นแค่ iPod Touch ขยายขนาด สำหรับพวกเขาจริงๆ?</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lhong.net/patternism/the-15-minutes-of-fame/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>No more excitement in Apple Products?</title>
		<link>http://lhong.net/patternism/no-more-excitement-in-apple-products/</link>
		<comments>http://lhong.net/patternism/no-more-excitement-in-apple-products/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 29 Jan 2010 10:56:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lh</dc:creator>
				<category><![CDATA[Patternism]]></category>
		<category><![CDATA[apple]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://lhong.net/?p=6</guid>
		<description><![CDATA[ท่ามกลางทะเลข่าวสารและการลุ้นระทึก ผมว่าผมไม่ค่อยพบแก่นสารของผลิตภัณฑ์ตัวล่าสุดของแอปเปิลที่ชื่อ iPad สักเท่าไรนัก ราวกับมันมีแค่สถานการณ์ กับสารกระตุ้นเท่านั้นจริงๆ ...หรือโลกนี้อาจไม่เหลืออะไรให้ตื่นเต้นอีกแล้ว?]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สองคืนก่อนหน้านี้ Apple Inc. เปิดตัวแท็บเล็ตใหม่ และเรียกมันว่า iPad</p>
<p>ท่ามกลางความตื่นเต้น ตามลำดับธรรมเนียมการสร้างกระแสของวัฒนธรรมแอปเปิล กล่าวคือ ทันทีที่บัตรเชิญถูกแจกจ่ายไป ความตื่นเต้นก็เข้าครอบครองจิตใจของแฟนผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลแทบจะในทันที</p>
<p>ต่อจากนั้นก็จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ สำหรับความว่างเปล่า สำหรับแอปเปิล มันอาจเป็นเพียงระยะตระเตรียมงานตามธรรมดา แต่สำหรับแฟนๆ แล้วมันกลับไม่ใช่ระยะเวลาว่างเปล่าเลย ในความคิดของผม ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่สนุกสนานที่สุดสำหรับแฟนผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล มันเป็นช่วงแห่งการตั้งคำถาม คาดเดา และค้นหาคำตอบถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น และมันกินระยะเวลาสั้นๆ ทว่าคุ้มค่าที่สุด กล่าวคือ ตั้งแต่วินาทีแรกของการ์ดเชิญ จนถึงวินาทีสุดท้ายก่อน สตีฟ จ๊อบส์ จะปรากฎตัวบนเวที ผมคิดว่า เราสามารถเรียกระยะเวลานี้อย่างตรงไปตรงมาแต่มีนัยสำคัญว่า <strong>&#8220;ระยะเวลา แห่งข่าวลือ&#8221;</strong></p>
<h3>สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ ข่าวลือสร้างยอดผลิตภัณฑ์</h3>
<p>โดยตัวแฟนๆ ของแอปเปิลเองจัดเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่นอกจากจะมีความสามารถ และมาตรฐานในการบริโภคที่สูงกว่าระดับปรกติแล้ว ยังเป็นกลุ่มบุคคลที่สนุกกับความท้าทาย การค้นหาคำตอบ และมีความสามารถในการบริโภคข้อมูลจำนวนมากๆ แล้วคัดแยกย่อยออกมา ให้เหลือเพียงเฉพาะข้อมูลที่ต้องการ (ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง) ได้ การจมอยู่ในมหาสมุทรของข้อมูลในอินเตอร์เน็ทเกี่ยวกับ &#8220;สิ่ง&#8221; ที่กำลังจะมาถึง จึงเป็นความตื่นเต้นและท้าทายอันแสนหฤหรรษ์สำหรับทุกๆ คน แฟนๆ ใส่ไอเดียเข้ามาในการคาดเดา ตอบคำถามแฟนคนอื่นๆ อย่างละเอียดละออถึงสเป๊คของผลิตภัณฑ์ และหลายคนเลยเถิดไปถึงขั้นการอุทิศกำลัง ทำภาพจำลองเพื่อประกอบความเข้าใจเพื่อนำไปแสดงในเว็บไซท์ใดๆ ก็ตามที่ทำได้ ภาพประกอบเหล่านี้ ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่การร่างภาพแบบผ่านๆ เพื่อความเข้าใจเท่านั้น บ่อยครั้งที่เลยเถิดไปถึงการพยายามสร้างขึ้นมาอย่างจริงจังและมีองค์ประกอบ สมบูรณ์เหมือนจริงทุกประการ แต่เป็นเพียงแค่ความพยายามถึงขนาดการ &#8220;บลั๊ฟฟ์&#8221; (Bluff &#8211; สำทับว่ารู้เหนือกว่าทั้งที่ไม่) ว่าสิ่งที่ร่างขึ้นมาในความคิดของเขานั้นเป็นชิ้นผลิตภัณฑ์จริงที่แฟนๆ กำลังจะได้เห็นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า &#8211; อย่างไรก็ตาม มันเป็นความสนุกสนานอันหาที่เปรียบมิได้</p>
<h3>Aggressiveness; แค่กว้างไม่พอ ต้องกร้าวด้วย</h3>
<p>ผมคิดเอาเองว่า ปรากฏการณ์ต่อมาน่าจะเป็นเพียงพัฒนาการปรกติตามหลักสังคมวิทยา ที่ความสนุกสนานเหล่านี้แรกทีเดียวอาจจำกัดตัวอยู่เพียงในวงแคบๆ แต่เมื่อผู้คนมากมายเริ่มรู้สึกได้ถึงความสนุกสนานเหล่านี้ผ่านสื่อมวลชน ที่ก็เป็นธรรมดาอยู่เองจะต้องพยายามหาสิ่งซึ่งประกอบด้วยความบันเทิงเพื่อนำ มาขยายขนาดให้เป็นความสุขสำหรับมวลชน (จริงๆ แล้วนี่เป็นวิธีคิดเกี่ยวกับข่าว ในเชิงสื่อสารมวลชน ที่น่าจะถูกเพียงครึ่งเดียว &#8211; คุณสามารถอ่านต่อได้ที่ &#8220;ว่าด้วยแพทเทิร์นของนักสื่อสารมวลชนในไทย&#8221;) จะพัฒนาไปเป็นความสุขสำหรับคนจำนวนมากขึ้น ซึ่งถ้ากลุ่มคนที่เข้ามาเลือกสรรความสุขเหล่านี้ออกไปจะเป็นกลุ่มแฟนที่ ติดตามข่าวที่ไม่ใช่แฟนสินค้า หรือผู้ที่ได้รับฟังข่าวมาอีกทอดหนึ่ง เท่านั้น กลไกแห่งการสร้างกระแสด้วยระยะเวลาแห่งข่าวลือก็คงจะไม่ได้สร้างอะไรขึ้นมา ใหม่นอกจากขนาดของกลุ่มคนที่เพิ่มขึ้นในสังคม เท่านั้นเอง</p>
<p>ผมคิดว่า ถึงจุดนี้เราน่าจะสามารถระบุถึงวัตถุแปลกปลอมบางอย่างที่ถูกใส่เข้ามา และมันได้ก่อให้เกิดแรงกระเพื่อมขนาดใหญ่ขึ้นได้เป็นผลสำเร็จจริงๆ การมาถึงของคนกลุ่มที่สามารถเรียกตัวเองได้ว่าเป็น &#8220;อินไซเดอร์&#8221; (Insider &#8211; คนวงใน) นั่นเอง ที่ได้เกื้อหนุนให้กับระยะเวลาแห่งข่าวลืออันเล็กน้อยนี้ส่งผลกระทบแรงขึ้น ไปยังบรรดาแฟนๆ สร้างความคลั่งไคล้ได้ถึงขั้นเกือบจะทนทุกข์ทรมานก่อนจะถึงวันแห่งการเปิด ตัวเลยทีเดียว</p>
<p>แม้ว่าเราไม่อาจรู้ข้อเท็จจริงและกลไลอย่างละเอียดในการสรรสร้างฟันเฟืองที่ชื่อว่า อินไซเดอร์ ได้ด้วยทฤษฎีใดๆ ตายตัว แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าคนเหล่านี้กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกสารทิศในอินเตอร์เน็ท และคำว่า &#8220;บอกได้นิดหน่อยเท่านั้น&#8221; ได้กลายเป็นสารกระตุ้นบางอย่างที่ทำให้ความตื่นเต้นอันไม่จีรังนี้ ก่อตัวเหนียวแน่นมากขึ้น ด้วยการเพิ่ม &#8220;ข้อมูลที่เป็นจริง แต่บอกไม่ได้ทั้งหมด&#8221; เข้ามาในระบบการโปรโมทสินค้านี้</p>
<p>สีสันที่เกิดขึ้นในห้วงระยะเวลานี้ช่างตื่นเต้นและร้อนแรง แต่มันก็ต่างจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นในลำดับต่อไปอย่างสิ้นเชิงจนแทบจะเรียกได้ว่า &#8220;มันช่างน่าผิดหวัง&#8221; เลยทีเดียว</p>

<a href='http://lhong.net/patternism/no-more-excitement-in-apple-products/attachment/ipad_opening/' title='ipad_opening'><img width="150" height="81" src="http://lhong.net/wp-content/uploads/2010/01/ipad_opening.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="ipad_opening" /></a>
<a href='http://lhong.net/patternism/no-more-excitement-in-apple-products/attachment/01-27-10apptabprtop/' title='01-27-10apptabprtop.jpg'><img width="150" height="195" src="http://lhong.net/wp-content/uploads/2010/01/01-27-10apptabprtop-200x260.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="" title="01-27-10apptabprtop.jpg" /></a>

]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://lhong.net/patternism/no-more-excitement-in-apple-products/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
<!-- WP Super Cache is installed but broken. The path to wp-cache-phase1.php in wp-content/advanced-cache.php must be fixed! -->