MARY IS HAPPY, MARY IS HAPPY ความตลกของเต๋อ ความเวิ่นเว้อของสตรี

05.12.2013 - Movie Review

mary is introverted

ไม่ว่าใครๆ ก็คงมีเพื่อนสักคนที่เป็นแบบนี้…

แบบที่มันจะเพ้อด้วยวลีอันเลื่อนลอยที่สรุปเหตุการณ์ ณ ชั่วขณะหนึ่งไปได้เรื่อยๆ ทั้งวัน เพื่อนแบบที่มีกำแพงโลกส่วนตัวแบบที่เราเข้าถึงได้ยากมากอาจเพราะ vocab เรามีไม่มากพอ ไม่เท่ามัน คืออ่านประโยคพวกนั้นแล้วไม่เข้าใจ

จริงๆ ไม่ใช่แค่เคยมีเพื่อน แต่ตัวผมเองก็เคยเป็นอย่างนี้เสียเองอยู่พักใหญ่เหมือนกัน

แต่เชื่อว่าในโรงหนังไม่ได้มีผมคนเดียวที่เชื่อว่าชีวิตจริงของแมรี่ไม่มีทางเป็นอย่างนี้แน่ๆ

ช่วงที่เขียนไดอารี่ออนไลน์ (2548-2554) เป็นช่วงที่ผมเจอเพื่อนทำนองเดียวกันนี้ เราตามอ่าน (follow) ไดอารี่กันและกัน เรามีทั้งหญิงและชาย (ใช่ มีมากกว่าหนึ่งคน! ประมาณ 7-8 คนได้มั้ง) เมื่อเจอหน้าเราเฮฮา เราซัมเดย์ เราตู้ปลา เรามีจุดศูนย์รวมเป็นเพลงของพี่บอยตรัยฯ เรามีปอยพอร์เทรตเป็นรหัสลับไว้พูดคุย เรามีเบเกอรี่ มีสมอลล์รูมเป็นหนังสือเพลง เรากลับบ้านตอนรถไกล้หมดคือก่อนเที่ยงคืน แต่หลังจากถึงบ้าน ไดอารี่ออนไลน์ของพวกเราก็โชยภาษาความเหงาออกมาเหมือนเดิม ขั้นตอนเหล่านี้ตั้งแต่เมื่อแปดเก้าปีก่อนช่างไม่ต่างอะไรกับการฟอลโลว์กันและกันผ่านไมโครบล็อกอย่างทวิตเตอร์ทุกวันนี้เลย

tumblr_mmp0peUe181qmqtv7o1_1280

Parallel Universe

แม้ความสนุกของ MARY IS HAPPY, MARY IS HAPPY จะอยู่ที่เรื่องที่เต๋อ (ผู้กำกับ) ที่ปั้นเรื่องราวอันแสนพิสดารเกินจินตนาการให้เราตามไปได้เรื่อยๆ แต่เชื่อว่าในโรงหนังไม่ได้มีผมคนเดียวที่เชื่อว่าชีวิตจริงของแมรี่ไม่มีทางเป็นอย่างนี้แน่ๆ ใส่เสื้อลายเดียวกันทุกวัน ใช้ชีวิตบ่นเพ้อราวกับโชโจะมังหงะ (การ์ตูนสาววัยรุ่นญี่ปุ่นว้าวุ่นช่างฝัน) และใช้ชีวิตในบางช่วงช่างปล่อยวางไร้ไคลแม็กซ์ราวกับหนัง Yasujiro Ozu แต่บางช่วงกลับออกทะเล ไปไวมาไว เซอร์เรียลเถื่อนดิบดูละม้ายคล้ายจะเอาดีทางทาเคชิ คิตาโนะ

วินาทีที่ผมเริ่มรู้สึกอย่างนั้น ผมว่าผมเริ่มแยกตัวออกมา (ผมทนไม่ได้ ha-ha แต่เป็นความทนไม่ได้ที่ได้จังหวะดีนะ) แล้วก็เริ่มเห็นต่างกับหนังแทบจะตลอดทั้ง 300 กว่าทวีตหลังๆ เมื่อมองมันเป็นเพียงทวีตธรรมดา และภาพในจอแค่เรื่องเล่าจากจินตนาการหรือความศรัทธาเรื่องหนึ่ง ผมวาดภาพคู่ขนานกับทวีตเหล่านั้นเอาเอง ผลที่ได้? ชีวิตแมรี่ในความคิดผมเป็นแค่สาวเวิ่นเว้อทั่วไปคนหนึ่งเท่านั้นเอง

นั่นน่าจะเป็นเสน่ห์อย่างหนักของหนังเรื่องนี้ ที่ทำให้หนังได้รับรางวัลจากเมืองนอก ไม่น่าจะใช่แค่เพราะความฉลาดหรือมุกที่ทำให้หนังสื่อสารกับฝรั่งได้แล้วฝรั่งชม แต่เป็นความแปลกแยกของตัวหนังที่ทำให้เราอยู่ๆ ก็ตื่นจากการเชื่อตามหนัง แล้วจินตนาการเรื่องราวต่างๆ จากทวีตนั่นตามทางของเราเองได้ จนเมื่อหนังจบเราอาจอดคิดไม่ได้ว่า หรือเวลาเราอ่านทวีตคนอื่นในชีวิตจริง เราก็ “จิ้น” ชีวิตของคนๆ นั้นในแบบของเรา และมันเกินกว่าที่มันควรจะเป็นเสมอๆ เลยสินะ

Guessing The Life of Mary

ในหนัง MARY IS HAPPY, MARY IS HAPPY คือการเล่าชีวิตของแมรี่ในแบบที่ พิสซีน พาย พาเตล เล่าให้แขกของเขาฟัง

ผมไม่รู้เต๋อตั้งใจจะสื่อหรือเปล่า หรือเป็นแค่ความบังเอิญที่หนังเรื่อง The Life of Pi ถูกย้ำถึงสองครั้งในหนัง (จริงๆ ต้องบอกว่าในทวีต) เพราะการจะอธิบายเรื่องทั้งหมดในหัวข้อที่แล้วนั้น จริงๆ อธิบายแบบสปอยล์ (ระดับคอนเสปต์) ได้เลยว่า จริงๆ แล้วในหนัง MARY IS HAPPY, MARY IS HAPPY คือการเล่าชีวิตของแมรี่ในแบบที่พิสซีน พาย พาเตล เล่าให้แขกของเขาฟัง ส่วนตัวผมเชื่อว่าเหตุที่เต๋อเลือกตัดตอน 410 ทวีตนี้มาใช้ น่าจะเป็นเพราะมีสักสองสามประโยคที่เป็นแก่นสารของเรื่องทั้งหมดอยู่บ้าง ซึ่งถ้าจะเดาว่าเป็นอันไหน ผมเดาว่าทวีตสองสามอันนี้แหละที่น่าจะเป็นใจความสำคัญ

ว่าไม่ว่าเจ้าของทวีตจะหมายความว่าอย่างไร ความสนุก (หรือไม่สนุก) ล้วนอยู่ที่คนอ่าน อยู่ที่คนที่ไปตีความ

Simpler version mary?

tumblr_muvcal76151qmqtv7o1_500สมมติว่าแมรี่ไปอยู่บนเตียงในโรงพยาบาลเหมือนตอนจบ The Life of Pi ก็เลยจะขอตีความเอาตามที่เราคิด (ha-ha)

คือสมมติว่าถ้าผมได้อ่านแค่ทวีต แล้วจะเล่าเรื่องราวของแมรี่บนระนาบแห่ง PROBABILITY (ความน่าจะเป็นเรื่องจริง ในความคิดเรา) ผมว่าทวีตของแมรี่หลังจากปอกเปลือกออกมาหมดแล้วนั้นก็คงจะได้เรื่อง “ไม่น่าสนใจ ไม่ก็น่าเบื่อสุดๆ” พอๆ กับเรื่องของพาย และเรื่องน่าจะออกทำนองนี้ ผมเดาว่า

  1. แมรี่น่าจะเรียนมหาวิทยาลัย เรียนกราฟิกดีไซน์ (สีที่ถูกเอ่ยถึงในหนังมีสีไม้ สีโปสเตอร์ใช่มะ? เพ้นต์แจกัน)
  2. แมรี่ใช้ Illustrator เป็นแต่ไม่คล่องมาก เพิ่งต้องมาใช้งานเยอะๆประมาณปลายปี 2555 (สงสัยจะเพิ่งเลื่อนชั้นปีแล้วเพิ่งได้รับอนุญาตให้ส่งงานเป็นไฟล์)
  3. แมรี่ไม่น่าจะใช้ไอโฟน เพราะเธอไม่ได้เรียกมือถือเธอว่าไอโฟน น่าจะเป็นซัมซุงใดๆ สักรุ่นหนึ่ง และน่าจะใช้อะแดปเตอร์จีนแดง (เพราะไฟดูด)
  4. แมรี่ชอบเย็บปักถักร้อย (นิตติ้งได้แน่นอน) และห้องรก บ้านรก สมบัติพัสถานน่าจะกองๆ เพราะมัวแต่ทำงานและธีสิส ไม่มีเวลาเก็บห้อง
  5. เธอมีแฟนแล้ว แต่เธอกับแฟนเป็นประเภท intimacy ละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกกันและกัน แต่ดันเต็มไปด้วยอุปสรรคด้านลีลาภาษาเวลาพูดคุยกัน (เล่นซ่อนแอบความรู้สึกกันประดุจหนังอินเดีย) เลยกลายเป็นความสัมพันธ์แบบกลับไม่ได้ ไปก็ไม่ถึง (ฟินาเล่) สักที
  6. ผู้ชายคนนั้นก็หล่อเท่ไปวันๆ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับความเวิ่นหรือความหมายแฝงในอวัจนภาษาของแมรี่เลย
  7. แมรี่ชอบทำงานดึกๆ สี่ทุ่ม นอนสักตีสี่ตีห้า ตื่นอีกทีสิบโมงเช้า นี่เป็นอีกข้อที่ยืนยันลักษณะความเป็นกราฟิกดีไซเนอร์… อ่อ มีพวกหนังสือ references ด้วย
  8. แมรี่ตัวจริงไม่น่าชอบหนังหว่องฯ เพราะแมรี่ไม่ค่อยมีเวลาดูหนัง และดูจากที่ชอบ The Life of Pi เดาว่าดราม่าฮอลลีวู้ดถูกใจแมรี่มากกว่า
  9. มุกแมรี่ฝืด แต่จริงๆ เพราะไม่ได้ต้องการขำ แค่เล่นคำฉันก็มีความสุขของฉันไปวันๆ แล้ว (เข้าใจปะ?)
  10. กล่าวโดยสรุป แมรี่เป็นทวิตเตอร์ยูสเซอร์ที่ใช้งานทวิตเตอร์ได้อย่างถูกต้องที่สุด มันไม่ได้มีไว้คุย มันมีเอาไว้บ่นของเรา
  11. บ้านแมรี่อยู่หลังเขา… ขอไวท์บอร์ดครับ… ขอเดาครับ เดาว่าแม่ฮ่องสอน
  12. ซูริยังมีชีวิตอยู่ และยังคงทึ่งกับพริ้นเตอร์ของแมรี่อยู่เหมือนเดิม
  13. ฯลฯ

อ่านที่ตัวเองเพิ่งเขียนไปก็รู้สึกได้ว่า ถ้าจะแกะและเดาเรื่องคนอื่นจากทวิตเตอร์ฝีดนี่ วิสัยสตอล์เกอร์ชัดๆ -_- และเห็นได้ชัดว่า ถ้าให้ผมไปเขียนบทและกำกับหนังเรื่องนี้เสียเอง ผมไม่มีทางทำหนังได้น่ารักน่าตีเหมือนที่เต๋อทำอย่างแน่นอน

tumblr_mqqahsJmNu1qmqtv7o1_1280

Life-after-followed

คนส่วนใหญ่จะฟอลโลวแมรี่หลังจากไปดูหนัง (บางคนไม่กล้าฟอลโลวก่อนเพราะกลัวโดนสปอยล์ ซึ่ง… ไม่รู้คิดอย่างนั้นได้ยังไง แต่หนึ่งในนั้นก็ผมนี่แหละ)

เรากำลังหลงรักแมรี่ หรือเรากำลังหลงรักแมรี่ในจินตนาการของเราเองอยู่กันแน่?

และหลังจากเราตามอ่านสักพักเราจะรู้สึกเลยว่าทั้งทวีตและชีวิตของแมรี่นั้นแสนจะธรรมดาจนเรียกได้ว่าถ้าไม่สนิทก็คงจะอ่านผ่านๆ ไป หรือตามไปสักพักก็คงจัดหมวดให้แมรี่กลายเป็นกลุ่มคนผู้ทวีตคำคมได้คมคายมาก แต่ชีวิตของแมรี่ก็ดูจะไม่ได้เดินหน้าอย่างวิบากเท่าจินตนาการในหนังของเต๋อที่เราเคยดูมาอีกแล้ว

ชีวิตจริงส่วนใหญ่เราก็มักจะเจอเหตุการณ์อย่างนี้นะครับ บ่อยครั้งที่เราตามทวีตคนอื่นเพราะสีสันและลีลาในภาษา แต่บางทีคนที่นั่งตรงข้ามแป้นคีย์บอร์ดนั้นอาจเป็นอีกอย่างหนึ่งชนิด 180 องศาเลยก็เป็นได้

สำหรับคนที่รักหนัง MARY IS HAPPY, MARY IS HAPPY หนังเรื่องนี้น่าจะสอนเราอีกเรื่องหนึ่งได้ดี ว่าเราอาจตกหลุมรักคนๆ หนึ่งที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของทวีตนั้นอย่างอยุติธรรม ด้วยการหลงรักเพียงตัวหนังสือของเขาอย่างเดียว แล้วถ้าแมรี่ไม่สวย หรือไม่น่ารักเท่าตัวหนังสือของเธอล่ะ? หรือไม่ได้คมคายขนาดหนักอะไรนักหนาเวลานั่งคุยกันไปกินเค้กกล้วยหอมกันไป แล้วเราจะยังรักเธอไหม? เรากำลังหลงรักแมรี่ หรือเรากำลังหลงรักแมรี่ในจินตนาการของเราเองอยู่กันแน่?

Is “MARY IS HAPPY” happy?

ประเด็นเรื่องการใช้ชีวิตอย่างวนซ้ำและการถามหาสูตรสำเร็จในการเอาชนะชีวิตอันเป็น routines หรือทำในสิ่งที่ตัวทำไม่ได้ (อย่างแมรี่ในเรื่องที่พยายามเหลือเกินกับการสร้างความสัมพันธ์) ตามท้องเรื่องของเต๋อเองผมเห็นว่าเป็นประเด็นที่บทวิจารณ์ไหนๆ เขาก็คงพูดกัน น่าเบื่อนะครับ คือหนังหลายเรื่องก็พูดถึงประเด็นอย่างนี้กันไปหมดแล้วล่ะตั้งแต่ The Groundhog day มา จนถึง Run, Lola, Run ยัน About Time แล้วกับเนื้อหาในหนังที่ให้ภาพอย่าง Anti-realism อย่าง MARY นี่ก็ไม่รู้จะลงรายละเอียดกันยังไง เอาเป็นว่าวังวนอย่างชีวิตของแมรี่นั้น สุดท้ายแมรี่เรียนรู้ได้เองว่า “ความพยายามอยู่ที่นั่น ความสำเร็จก็จะอยู่ที่ไหน” นั่นเอง

tumblr_ms656aQmNS1qmqtv7o1_500

แมรี่ในเรื่อง หลุดจากวังวนเก่า เข้าสู่วังวนใหม่ จากซีนสุดท้ายดูเธอไม่น่าจะแฮ้ปปี้ ตรงกันข้าม เท่าที่ผมเพิ่งไปอ่านล่าสุด แมรี่ในชีวิตจริงน่าจะกำลังแฮ้ปปี้ดี ชีวิตเธอคงเป็นวังวนของการเรียนหนักทำงานหนักเหมือนเดิม และชีวิตของเธอยังคงเดินวนต่อไป

แค่ทวิตเตอร์ชุดเดียวกัน อ่านกันสองสามคนยังหาความจริงได้ไม่ตรงกันสักคนเลย แล้วจะสำมะหาอันใด จะสาละวนกับความเวิ่นเว้อที่จริงแค่ประเดี๋ยวเดียวในทวีตพวกนี้กันไปใยเล่า?

อยากรู้จักก็ไปรู้จักเจ้าของทวิตเตอร์ไปเลย ผมว่าดีกว่าครับ

สุดท้ายนี้

สุดท้ายนี้ถ้าได้เจอแมรี่ ผมอยากซื้ออะแดปเตอร์ชาร์จโทรศัพท์แบบที่ไฟไม่ดูดให้เธอสักอัน ถือเป็นของสมน้ำหน้าคุณสำหรับบทหนังเรื่องนี้ สวัสดี

[note]รูปทั้งหมดเราขโมยมาจากทัมเบลอร์ของผู้กำกับ ลิ้งค์อยู่ที่ชื่อด้านล่าง
ถ้าไม่ให้ใช้บอกนะ เรากราบขออภัย

MARY IS HAPPY, MARY IS HAPPY Directed by Nawapol Thamrongrattanarit[/note]

› tags: maryishappy / Nawapol Thamrongrattanarit / ชนนิกานต์ เนตรจุ้ย / นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ / พิชชา พูนพิริยะ / รีวิว / เต๋อ /

Leave a Reply

%d bloggers like this: