ทำ Blog ให้หลากหลายด้วย WordPress Post Formats

เพราะเวลาเราจะ blog (บล็อก) มันไม่ได้แปลว่าเราอยากจะเขียนเป็นตัวหนังสือเยอะๆ เสมอไปนี่นา เนอะ?

how post format affected blog look
various blogs styling can be done, just add post formats

ปี 2013 คำว่าบล็อกที่เริ่มมาจากคำว่า Web + Log = Weblog นี่มีรูปแบบเปลี่ยนไปจากเดิมมากนะครับ ทั้งขนาด ปริมาณและวิธีการ (ถ้าไม่ใช่เพื่อการทำ SEO ที่ต้องเน้นหนักที่การเขียนเนื้อหายาวๆ) สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือหลักการ ว่าเป็นการบันทึกเรื่องที่หมุนไปเรื่อยๆ และผู้บันทึกเป็นผู้สร้างสรรค์เนื้อหานั้นขึ้นด้วยตัวเขาเอง เหมือนไดอารี่เลย

เพราะฉะนั้นคนที่ก๊อปปี้เนื้อหาคนอื่นไปลง หรือแม้แต่แปลไปลงทั้งก้อนโดยไม่มีการ edit (หมายถึงการวิจัยเนื้อหาให้ได้ข้อสรุปใหม่) ผมคิดว่าไม่ตรงกับนิยามว่าทำบล็อกหรอกนะครับ เรียกว่าทำ content farm ก็แล้วกัน

ความเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุดที่เกิดขึ้นกับบล็อก ก็คือการมาถึงของ Tumblr.com (ทัมเบลอร์ดอทคอม) ที่พยายามทำให้บล็อกกลายเป็นเรื่องสะดวกและเพลิดเพลินมากขึ้นด้วยการสรุปแพทเทิร์นของบล็อกเสียใหม่และสร้างกลไกให้ใช้งานง่ายมาก จนเรียกว่าเราเขียนบล็อกหรือไดอารี่ของเราเสร็จได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที จริงๆ นะ 😀

post formats in wordpress blog system appears as same what tumblr did
tumblr ui categorized blogs into smaller crafts and refine usabilities

ที่ Tumblr.com เขาใช้วิธีแยกเนื้อหาของบล็อกออกเป็นตัวหนังสือ รูปภาพ คำคม ลิ้งค์น่าสนใจ บทสนทนา เสียง และวิดีโอ ตามรูป ด้วยวิธีการนี้ช่วยนักเขียนให้มีตัวเลือกในวิธีการเขียนมากขึ้น และสไตล์ของนักเขียนใน Tumblr เองก็สามารถแตกต่างกันเองได้มากยิ่งขึ้นด้วย บางคนอาจลงแต่ภาพ บางคนอาจลงแต่เพลง หรือวิดีโอ หรือโคว้ตเฉพาะคำสำคัญ นี่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ชุมชนที่ Tumblr กลายเป็นชุมชนบล็อกเกอร์ที่แข็งแรงมากๆ แห่งหนึ่ง

เท่าที่ไล่อ่านประวัติดู คนที่ทำเรื่องนี้มาก่อนคือ Tumblr จริงๆ ส่วน WordPress นั้นเริ่มมามี Post Formats (โพสต์ฟอร์แมตส์) หรือประเภทของโพสต์มาตั้งแต่ version 3.1 ส่วนตัวผม ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยใช้ครับ และรูปแบบของระบบนี้ก็เพิ่งลงตัวและผมรู้สึกว่าฟังก์ชั่นนี้น่าใช้ (และเข้าใจมันเสียทีว่าคืออะไร) ก็เพิ่งใน version 3.6 นี่เอง

ประโยชน์ของ WordPress Post Formats

โดยหลักการ ก็คือการแยกแยะแพทเทิร์นของเนื้อหาเป็นหลายๆ แบบ และมีการจัดเลย์เอ๊าท์สำหรับเนื้อหานั้นๆ เตรียมไว้ให้แล้วในแต่ละตีม ซึ่งการนำไปใช้นั้นจะเกิดในหน้าหลัก หรือหน้ารวมบทความแบบต่างๆ ได้เอง ความสะดวกอยู่ที่เราแค่ลงข้อมูล ไม่ว่าจะบทความยาวๆ หรือคอมเม้นต์แค่ 1 ประโยค ลงรูป 10 รูปหรือจะแค่ Youtube ลิ้งค์ แค่ปรับ Post Formats ให้ถูกเท่านั้น บล็อกสวยเลย…ทันที

  • ผลที่ได้คือเราจะเขียนบล็อกได้เนื้อหาหลากหลายแบบมากขึ้น ทั้งตัวหนังสือ ภาพ หรือเสียง
  • บล็อกเราจะดูหลากหลายมากขึ้น ไม่เบื่อทั้งคนเขียนคนอ่าน
  • คนติด Twitter ที่อยากพัฒนาตัวเองมาเป็นบล็อกเกอร์ คุณจะพบว่าเป็นไปได้มากขึ้น เพราะคุณเขียนเรื่องสั้นๆ บ่อยๆ ได้ และเขียนเรื่องยาวนานๆ ที เท่านี้ก็ถือว่าเข้าหลักเกณฑ์การเป็นบล็อกเกอร์ที่ดีที่อัพเดทบ่อยๆ แล้ว

เสียดายผมยังเขียนบล็อกไม่มากพอ ไม่งั้นคงได้เอารูปมาอัพเดทไว้ในนี้ให้ดูบ้างว่าพอความหลากหลายมาอยู่รวมๆ กันทำให้บล็อกของเราน่าสนใจขึ้นมากแค่ไหน ไว้จะอัพเดทรูปเพิ่มให้ดูนะครับ (ไม่งั้นคลิกไปดูหน้าหนึ่งตอนนี้ก็ได้ครับ มีสลับๆ กันอยู่หลายแบบพอสมควรแล้ว 🙂

Post Formats อยู่ตรงไหน?

เป็นแผงควบคุมด้านขวา ใน post (โพสต์) แต่ละหน้า ชนิดของโพสต์ต้องแล้วแต่ว่าตีมนั้นมีทำมาให้กี่อย่าง วิธีการใช้ก็คือก่อนจะ Publish Post ก็เลือกประเภทให้ถูกต้องเสียก่อน และคำสั่งนี้มีบน WordPress for iPad ด้วย

แต่ละแบบแสดงผลอย่างไร? คำอธิบายใน codex.wordpress.org ผมเอามาแยกกลุ่มอีกที ได้เป็นกลุ่มดังนี้

Post Formats ที่เกี่ยวกับ Text

wordpress post formats control panel
Post Formats Control Panel

แสดงผลจากข้อความเยอะที่สุดไปถึงน้อยที่สุด

  1. Standard บล็อกปรกติ แสดงข้อความเต็มในหน้าเนื้อหาเดี่ยวๆ แต่แสดงแบบย่อในหน้าแรกหรือหน้าเฉพาะ category หรือ tag
  2. Aside แสดงผลเป็นข้อความแบบไม่มีชื่อเรื่อง เหมาะกับการบ่นเรื่องผ่านมาผ่านไป
  3. Quote คือโคว้ตข้อความประทับใจ โดยมากจะมีกรอบคำพูดสวยงาม ต้องใส่คำพูด-ตัดบรรทัด-ลงชื่อผู้พูด
  4. Status ข้อความบ่นสั้นที่สุด ใช้งานเหมือน Twitter ได้เลย
  5. Link วางแต่ลิ้งค์ลงไป ใช้ title ของ post เป็นคำแทนลิ้งค์
  6. Chat บทสนทนา อันนี้คงไม่ค่อยได้ใช้แต่ก็ไม่แน่ ในอนาคตคนอาจใช้แปะแชทที่เคยคุยกับคนรักก็ได้ รูปแบบจะเป็น “ชื่อคน : สิ่งที่พูด” แล้วก็ขึ้นบรรทัดใหม่ไปเรื่อยๆ

Post Formats ที่เกี่ยวกับ Media

  1. Image คือรูปเดี่ยว จะอัพโหลดรูปแล้ว post link ลงมา หรือจะแค่ใส่ลิ้งค์ก็ได้ (hot link หรือเปล่านี่?)
  2. Video ก็คล้ายกัน ใส่ลิ้งค์ยูทู้บลงไปอันเดียว ได้เลย
  3. Audio วางลิ้งค์เสียง
  4. Gallery คือลิ้งค์อัลบั้มรูป

ลองใช้แล้ว แต่ใช้ไม่ได้?

WordPress กำหนดไว้ว่าถ้าเนื้อหาที่ใส่ลงมาไม่ตรงกับ Post Format ที่เลือกไว้ หรือตีมไม่มี Post Format นั้นรองรับ ให้แสดงผลด้วย Post Format แบบ Standard แทนเสมอ ลองเช็คเนื้อหาที่เราใส่ว่าใส่ถูกรูปแบบไหม? เลือก Post Formats ถูกไหม? และดูตีมที่เราใช้ดูนะครับว่ามีให้เลือกหรือไม่?

สำหรับ Advanced Users

สำหรับคนที่นิยม SEO ตัวหนังสือเยอะๆ แบบโบราณ ยุคสมัยเนื้อหาตัวหนังสืออย่างเดียวกำลังจะผ่านไป อย่างที่เราเห็นแล้วว่าเนื้อหาจาก Youtube.com ขึ้นหน้าหนึ่งบ่อยมาก นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แปลว่าวิธีการ index เนื้อหาเพื่อทำ SEO นั้นจะไม่ใช่เฉพาะตัวหนังสืออย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว ด้วยการใช้ Post Formats ซึ่งจะทำให้เนื้อหาของเราหลากหลายได้ จึงน่าจะกลายเป็นสุดยอดยุทโธปกรณ์ที่แสนจะเป็นมิตรกับ SEO ในอนาคตแน่ๆ

เท่าที่อ่านดูสองลิ้งค์นี้ช่วยให้เข้าใจวิธีการเริ่มต้นหรือปรับแต่งตีมให้ใช้ Post Formats ได้นะครับ

  1. Uptheme.com: A Simple Guide to WordPress Post Formats
  2. codex.wordpress.org

Leave a Reply