Unbreakable ยอดมนุษย์สุดธรรมดา

26.01.2017 - Movie Review

unbreakable เกิดในยุคที่จักรวาลมาร์เวลและดีซียังไม่ตีตลาดภาพยนตร์ ในยุคนั้นจะหาหนังจากเกมหรือหนังยอดมนุษย์ที่ดูแล้วยังไม่เหมือนงานประกวดแฟนซีหรือลิเกฝรั่งได้ยากเย็น

ไม่รู้ว่าชยมลันได้ความคิดเรื่องบทมาจากไหน แต่ปัจจุบันสูตรนี้กลายเป็นสูตรการรีบูทหนังยอดมนุษย์ที่ค่อนข้างได้รับความนิยม คือการนำเอาคอมิคที่ควรจะเป็นแค่จินตนาการเพ้อฝันมาลดทอนจนเหลือแต่ลักษณะที่เป็นไปได้ตามภาพแห่งความเป็นจริง แนวคิดนี้เกิดขึ้นครั้งแรกๆ ตอนที่เราได้ดู Batman Begins ของคริสโตเฟอร์ โนแลนหรือซีรีส์อย่าง Heroes หรือ Gotham ในปัจจุบัน ที่บอกว่าเหล่าคนที่เป็นยอดมนุษย์เหล่านั้นถ้าไม่ใส่ชุดยางยืดสแปนเด็กซ์ ถ้าแต่งตัวบ้านๆ พวกเขาก็ดูเหมือนพวกเรานี่แหละ เราถึงควรเชื่อได้ว่ามียอดมนุษย์ปะปนอยู่ในพวกเรา

การดึงเรื่องไปจนถึงฉากสุดท้ายแล้วค่อยหักมุมจบนั้นเป็นแนวคิดที่แฟนภาพยนตร์ของชยมลันนั้นนิยมชมชอบ มีปัญหาอยู่บ้างก็แค่ว่าบางเรื่องก็บิดไปไม่สุดเท่าที่ลูกค้าต้องการ บางทีก็เลยมีอาการบ่นบ้างว่าหักมุมไม่ถูกใจบ้าง ไม่สุดบ้าง… แต่พอไปถามแฟนๆ เหล่านี้บางทีเขาก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่าทำไงถึงจะดีกว่านี้ แต่ก็เอาเถอะ ลางเนื้อชอบลางยาครับ

การจัดวางภาพบางมุมใช้เสน่ห์แบบภาพในคอมิคได้สวยงามดี แต่ถ้าถามว่าเนื้อเรื่องมีอะไรไหม? ชยมลันให้เวลากับการเล่าเรื่องอย่างละเอียดละออเหมือนเราอ่านคอมิคที่เป็นบทนำของยอดมนุษย์ทั้งหลายแบบเต็มที่ เราจึงได้ดูหนังที่เดินเรื่องอย่างช้าเนิบนาบแบบตามใจผู้กำกับที่พาเราดูโน่นดูนี่ไปเรื่อยๆ แทบไม่ได้สนใจพล็อตหลักเลย

สิ่งที่พิเศษของหนังเรื่องนี้คือไม่มีใครเคยคาดคิดมาก่อนว่านับจากปี 2000 อีก 17 ปีถัดมาหนังเรื่องนี้จะมีภาคต่อ และการเชื่อมโยงหนังทั้งสองเรื่องนี้เข้าหากันนั้นทำให้ตัวละครที่เคยเบาหวิวอย่างเดวิด ดันน์ และมิสเตอร์กลาสที่เราไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชีวิตของเขาเลย​ หรือแม้แต่ the horde ตัวละครใหม่นั้นกำลังจะต้องมาเดินสวนทางกันด้วยเหตุผลที่น่าสนใจเหลือเชื่อและที่สำคัญ ชยมลันเป็นคนกล่าวไว้เองในบทสัมภาษณ์นี้ว่าจะมีภาคจบสำหรับเรื่องนี้

ที่น่าสนใจคือตอนแรกที่มีสคริปต์ ผู้กำกับไม่ได้ตั้งใจจะขมวดปมภาคต่อนี้เข้าด้วยกัน เหมือนเขาเพิ่งมาคิดได้ตอนหลังด้วยซ้ำ

ไม่แปลกที่เมื่อ 17 ปีก่อนจะไม่ค่อยมีนักวิจารณ์คนไหนชอบหนังเรื่องนี้ แต่หลังจากทุกคนได้ดูภาคต่อแล้วอาจจะมีบางคนคิดใหม่… ผมเองเป็นหนึ่งในนั้น ตอนนี้ค่อนข้างชอบเพราะเริ่มชินกับขนบการรีบูทหนังซูเปอร์ฮีโร่แบบจริงจังแบบนี้ไปแล้ว ต้องขอบคุณไตรภาค The Dark Knight ทั้งสามภาคที่ทำให้เหล่าซูเปอร์ฮีโร่มีที่ยืนอยู่ในหมู่พวกเรา—ไม่ใช่แค่ในจินตนาการอีกต่อไป

› tags: m. night shyamalan / super heroes /

Leave a Reply

%d bloggers like this: