ฝันระยะยาว เรียนรู้จากคนอื่น ให้เกียรติบุคลากร

อ่าน Finnish Lessons 2.0 ของปาสิ ซอห์ลเบิร์ก ยังไม่ถึงไหนเลย เพิ่งได้นั่งลงกับหนังสือจริงๆ จังๆ อีกครั้งหนึ่ง

เนื่องจากเป็นคนสมาธิสั้น การเจอหนังสือดีๆ อย่างนี้นั้นสร้างปัญหาให้กับเรามากเพราะเราไม่สามารถหยุดความตื่นเต้นเมื่ออ่านเจอประเด็นที่สวยงามในหนังสือได้เลย จำเป็นต้องหยุดพัก ทบทวน จดจ่อกับมัน จนบางครั้งความคิดก็เตลิดไปไกลหาทางกลับไม่ถูก กลับมาอีกทีลืมใจความในย่อหน้าที่แล้วไปแล้ว แต่ความรู้สึกยังคุกรุ่นอยู่ว่าช่างเป็นประเด็นที่ดีและงดงาม ก็เลยจะลองตามใจตัวเองให้ค่อยๆ ทำโน้ตย่อเพื่อทดไว้อ่านในภาษาของตัวเองไปเรื่อยๆ จนจบเล่มเพราะคิดว่าถ้าไม่ประนีประนอมกับตัวเองลักษณะนี้ หลังอ่านจบคงได้แต่มวลความคิดล่องลอยที่หยิบจับประเด็นอะไรกลับมาใช้ไม่ได้ อย่างน้อยการมีโน้ตย่อหรือจริงๆ การทำเครื่องหมายลงในหนังสือเลยก็คงจะได้ประโยชน์มากกว่า อย่างน้อยก็อ่านทบทวนได้ (ถ้าอ่านรู้เรื่อง)

ยังไม่รู้จะออกหัวออกก้อย แต่ก็คิดว่าลองเถอะ อย่างน้อยก็ได้บันทึกอะไรไว้บ้าง

หน้า 59 องค์ประกอบของการปฏิรูปการศึกษาที่กลางๆ ควรมีอะไรบ้าง

ก่อนหน้านี้จริงๆ ก็มีหลายประเด็นที่อยากจะโน้ตไว้ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นภาพรวมของการปรับตัวด้านการศึกษาจากอดีตถึงปัจจุบันของฟินแลนด์ว่าส่งผลต่อประเทศตนเองและประเทศข้างเคียงที่มาเรียนรู้หลังจากเห็นผลสอบ PISA ที่นอกจากจะสูงแล้ว เกณฑ์เฉลี่ยทั่วประเทศ “ยังอยู่ในระดับเดียวกัน” อีกด้วย ประการหลังนี่เองที่น่าจะแสดงถึงคุณภาพของนโยบายการศึกษาของฟินแลนด์ว่าพัฒนาไปในทางเดียวกันได้จริง ต่างกับในประเทศอื่นๆ หรือแม้แต่ในประเทศไทยที่มีทิศทางไม่ใคร่จะสอดคล้องกันในภาพรวม

ที่หน้า 59 เป็นจุดแรกที่เริ่มมีการพูดถึงองค์ประกอบ 3 ประการที่ค่อนข้างจะเป็นแนวคิดกลางๆ ที่ไม่จำเป็นจะต้องผูกกับลักษณะเฉพาะของประเทศเหมือนประเด็นความสำเร็จของฟินแลนด์ช่วงแรกๆ ที่พูดถึง พออ่านแล้วก็เกิดแรงบันดาลใจเพราะบางประเด็นนั้นเราเห็นด้วยแต่ไม่เคยมีที่ไหนให้อ้างอิง ส่วนอีกสองประการก็น่าสนใจว่าอันหนึ่งไม่ใช่วิธีการอะไรใหม่เลย ส่วนองค์ประกอบสุดท้ายนั้นต้องการการปฏิบัติในระยะยาวที่ยั่งยืนจริงๆ

1. ฝันด้านการศึกษา รัฐต้องเห็นตรงกันในระยะยาว

เราไม่สามารถคาดหวังความเปลี่ยนแปลงในระบบการศึกษาด้วยจำนวนปีระยะสั้นๆ ได้ เพราะส่วนผสมในระบบการศึกษานั้นไม่ได้มีแต่คนทำงาน ไม่ได้มีแต่สิ่งของให้ผลิต แต่สิ่งที่อยู่ในระบบคือคน—ทั้งผู้ให้และผู้รับการศึกษา—เราจะทำอย่างไรให้มีเวลาและผู้คนมากพอจะร่วมมือกันทำสิ่งเหล่านี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสำเร็จ?

ซอห์ลเบิร์ก (2016) ใช้คำว่า “วิสัยทัศน์ที่สร้างแรงบันดาลใจ” ซึ่งไม่ได้หมายถึงวิธีการใดวิธีการหนึ่งในระยะสั้น และไม่ได้หมายถึงแรงบันดาลใจที่เป็นของคนใดคนหนึ่ง แต่หมายถึงแรงบันดาลใจร่วมกันของผู้คนทั้งประเทศ—ประการหลังนี่เองที่จะทำให้นโยบายต่างๆ นั้นมีอายุยืนยาวจนส่งผลยั่งยืนพอกระทั่งเกิดความเปลี่ยนแปลงได้—ฟินแลนด์โชคดีที่ตีโจทย์นี้แตกด้วยการที่รัฐบาลในยุคต่อๆ มายังคงศรัทธาในวิสัยทัศน์เดียวกัน คือ “ความเสมอภาคทางการศึกษา” เป็นเหตุให้ทุกนโยบายที่เกิดต่อๆ มาก็ยังคงพุ่งเป้าหมายไปที่สิ่งเดียวกัน คือการกระจายการศึกษาไปให้ทั่วถึงนั่นเอง

 

2. เรียนรู้จากผู้อื่น หยิบยืมอย่างเข้าใจ

ซอห์ลเบิร์กชี้ให้เราเห็นว่านอกจากวิสัยทัศน์ที่กล่าวไปแล้วนั้น ที่เหลือไม่ว่าจะเป็นนโยบายหรือเทคนิคการจัดการเรียนการสอนนั้นล้วนเป็นวิธีการที่มีอยู่ก่อนแล้วทั้งสิ้น ซอห์ลเบิร์กใช้คำว่าได้รับคำแนะนำจากประเทศเพื่อนบ้าน และจากองค์กรต่างๆ เช่น สหภาพยุโรปหรือ OECD ทั้งรูปแบบการสอนและวิธีการต่างๆ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ล้วนถูกคัดเลือกให้เหมาะสมกับทั้งสภาพแวดล้อมและถูกปรับให้เหมาะสมกับการสอนในโรงเรียนของฟินแลนด์ทั้งสิ้น

3. บุคลากรไว้ใจได้ จึงให้เกียรติและไว้ใจบุคลากร

ฟินแลนด์เป็นประเทศที่ส่งเสริมให้คนหนุ่มสาวที่มีความสามารถสูงมาเป็นครูด้วยผลประโยชน์ทั้งค่าตอบแทนที่สูงลิ่วและแรงบันดาลใจในการเป็นความหวังของประเทศในการผลิตบุคลากรที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง แต่ทั้งหมดนี้ไม่ได้ให้กับใครก็ได้ ครูในระบบก็ต้องมีคุณภาพสูงเสียก่อนด้วย มาตรฐานและหลักสูตรฝึกหัดครูในฟินแลนด์จึงมีมาตรฐานสูงเป็นอย่างแรก

เมื่อบุคลากรมีความสามารถเพียงพอ การเปิดโอกาสให้ครูและครูใหญ่ในพื้นที่เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจได้อย่างเต็มที่ในการบริหารและปรับปรุงหลักสูตรในท้องถิ่นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามวิสัยทัศน์จึงกลายเป็นสิ่งที่สามารถทำได้จริง และเกิดผลดีทั้งกับผู้เรียนและความสะดวกใจแก่ผู้สอนในระยะยาว


ส่วนตัวเราคิดว่าข้อ 1 และข้อ 3 คือเรื่องใหญ่ที่เราน่าจะเรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

นโยบายการศึกษาไม่ใช่การปรับเปลี่ยนแบบเรียนแล้วก็เสร็จ แต่กระบวนการถ่ายทอดความรู้ต่างหากที่เป็นแก่นสารที่สำคัญ เราอาจใช้เครื่องมือเข้ามาช่วยเหลือได้บ้าง แต่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าหากไม่มีครูอาจารย์ กระบวนกร หรือ facilitators ที่ดี ระบบอาจจะยังทำงานในฐานะเครื่องมือถ่ายทอดความรู้ได้ แต่แรงบันดาลใจนั้นอยู่นอกเหนือจากสิ่งที่เครื่องจักรกลโดยทั่วไปจะสามารถให้ได้ สุดท้ายคุณภาพของบุคลากรจะเป็นตัวบ่งบอกที่สำคัญมากว่าจากวิสัยทัศน์ที่งดงามแต่กว้างใหญ่นั้น จะทำหรือปรับแต่งให้เกิดขึ้นจริงได้อย่างไร

Leave a Reply