How Basic Calligraphy Class taught me about Life Long Learning

หลังจากไปลองหาอะไรเรียนดูพักหนึ่งก็พบความหมายของคำว่า life long study ที่น่าสนใจ

การเรียนรู้ เฉพาะอันที่เป็นการเรียนรู้จริงๆ นะ เราคิดว่าหมายถึงความสนใจของเราที่ถูกเติมเต็มได้ถูกอัน แล้วมันจะฉุดให้เกิดความอยากรู้ต่อไปข้างหน้าได้เองอีก ซึ่งกระบวนการคัดเลือกความสนใจที่ว่านี้ต้องเกิดที่ตัวผู้เรียนเอง

การเรียนรู้จึงกลายเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมากอันหนึ่งที่อาจช่วยแก้ปัญหาโรคซึมเศร้า (เฉพาะส่วนที่ไม่เกี่ยวกับสารเคมีในร่างกาย) ได้เบื้องต้น #เดา เพราะเรามองว่าเป็นการตอบสนองต่อ desire หรือความปรารถนาทางร่างกายในด้านดี ในเรื่องของการเติบโตภายในเรื่องของการรู้มากขึ้น เราว่ามันเป็นความปรารถนาที่สำคัญอย่างหนึ่งของการเป็นมนุษย์

เราไปเรียน lettering/calligraphy มาสองที่แล้ว (ไม่รู้จะเรียกอันไหนดีมันก้ำกึ่งมากๆ เท่าที่ฟังมา) ที่แรกสอนแบบหนังสือมากๆ คือมีการแนะนำประวัติความเป็นมา ส่วนประกอบ แล้วจึงไปทดลองประมาณชั่วโมงสุดท้าย ส่วนที่หลังคือ Mimin นี่สอนแบบ constructive ได้น่าสนใจมาก ไปถึงไม่พูดพล่ามทำเพลง จับดินสอ/ปากกากันตั้งแต่ชั่วโมงแรกเลย วอร์มนิ้วด้วยเส้นฉวัดเฉวียน ไม่ทันไรได้ลองปากกา ไม่ทันไรได้เริ่มเขียนเส้นพื้นฐาน แล้วก็ประกอบเป็นตัวหนังสือ—ตอนประกอบตัวหนังสือนี่แหละที่เป็นไฮไลท์ของเรื่อง

Constructive surprises!

จำได้ว่าตั้งแต่เรียนตัวเขียนภาษาอังกฤษครั้งแรกตอนป.6 เราต้องจำวิธีเขียนตัวหนังสือ 26 ตัว… ฟังดูแล้วก็ไม่แปลกใช่ปะ? แต่เมื่อวานที่เราไปเรียนที่ Mimin สิ่งที่ครูสมัยก่อนไม่ได้ประกอบให้เรามาก่อนก็ปรากฏชัดตรงหน้าของเราเองเลย

จำได้ปะที่ในหนังสือพวกนี้จะสอนเขียนด้วยการใส่เลข 1,2,3 ไว้หน้าขีดที่ต้องลาก แล้วเราก็ลากต่อเนื่องเกิดเป็นตัวหนังสือขึ้นมา? คำตอบที่ชวนให้ตกใจสำหรับเราที่เมื่อวานได้เรียนมาคือ หนึ่ง ระหว่างขีดเหล่านี้ยกปากกาได้ เพราะสอง สิ่งที่ทำให้เกิดตัวอักษรเป็นขีดย่อยๆ ที่เราถูกเทรนให้เขียนตั้งแต่ชั่วโมงแรก มันเป็นขีด 3-4 ประเภทที่ถูกจับมารวมกัน ดังนั้น คุณจำแต่ประเภทของขีดทั้งหมดให้ได้ (มีอยู่แค่เจ็ดแปดแบบหลักๆ) แล้วผสมขีดพวกนี้เข้าด้วยกัน จะได้ตัวหนังสือครบแทบจะทั้ง 24 ตัว

อีกครั้งที่เราได้เจอวิธีการสอนที่ดีที่คนทำอาจจะไม่รู้ตัวว่าทำอะไร แต่เขาเรียงเรื่องได้ดีมาก ทุกแบบฝึกที่ให้ทำจะมีกระดาษแบบฝึกที่แตกต่างกันที่คนเตรียมคอร์สเตรียมไว้ให้เรียงจากบนลงล่างเรียบร้อยแล้ว แล้วเรายังได้ปากกาและสมุดหัดเขียนกลับมาบ้านด้วย! พอมีของพวกนี้อยู่ในมือ ได้รู้ความลับในการเริ่มต้นผสมตัวหนังสือเข้าด้วยกัน บอกไม่ถูกเลยว่ามันมีความสุขแค่ไหน!

กลับมาเรากลับมานั่งหาอ่านเรื่อง Calligraphy ภาษาไทยต่อเองเพราะอยากทำมานานแล้ว กลับมาก็เขียนเล่น ยังไม่สวย แต่มีแรงบันดาลใจเล็กๆ ที่อยากจะเขียนให้ได้ทุกวันไปเรื่อยๆ เชื่อว่ามันจะพอทำได้ เรามีสิทธิ์จะเก่งขึ้นเพราะรู้สึกว่า Zone of Proximal Development (Vygotsky, 1978) เรื่องนี้ไม่กว้างจนเกินไป—ha ha

How important is Life Long Study?

เชื่อว่าในชีวิตคนเรายังมีความรู้ทำนองนี้ให้เรียนรู้อีกเยอะมาก และการไม่จำกัดความเชื่อของเราไว้แค่ว่าความรู้ที่แท้มีอยู่แต่ในห้องเรียนเท่านั้น และการได้เริ่มเรียนรู้กับ experts ที่นอกจากจะเชี่ยวชาญ (ดี) ที่เตรียมลำดับการสอนได้ (ดีกว่ามาก) นั้นมันเป็นทั้งทางลัด และอันที่จริงมันเป็นรูปแบบแรกสุดของการเรียนรู้ของมนุษย์มาแต่โบราณแล้ว ถ้าเราคิดแบบนี้เราจะพบว่ายังมีอีกหลากหลายวิชาข้างนอกนั่นที่ไม่ว่ามันจะเติมเต็มด้านอาชีพให้เราหรือไม่ แต่มันจะเติมใจใฝ่รู้ ซึ่งเป็นสัญชาตญาณของความเป็นมนุษย์ของเราให้เต็มขึ้นได้อีกอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ทั้งหมดนี้อยู่ที่เรารู้แน่ชัดหรือยังว่าบ่อน้ำที่เราจะต้องเติมนั้นเป็นบ่อไหน บ่อที่สังคมพยายามชี้ให้เรามองเห็นอย่างหน้าที่การงาน อาชีพ ตำแหน่งแห่งที่ทางสังคม หรือบ่อน้ำแห่งความเป็นตัวตนของเราที่แห้งขอดเพราะใส่ใจกับบ่อแรกมากเกินไปจนหลงลืมความเป็นมนุษย์ผู้เป็นนักค้นหาและค้นพบอย่างที่เราน่าจะเป็นแต่กลับไม่มีค่อยมีใครพูดถึงมันเลย

Leave a Reply