The Tales of Princess Kaguya (Kaguya hime no Monogatari) สุภาษิตสอนหญิง ฉบับจิบลิ

ผมชอบดูอนิเมะของ Studio Ghibli เพราะชีวิตมีอดีตหลายช่วงที่การ์ตูนบางเรื่องเป็นส่วนเชื่อมต่อความทรงจำกับมิตรที่ดีในชีวิตของผมหลายๆ คน และหลายคนก็เป็นคนสำคัญในชีวิตสืบต่อมา

แต่ส่วนตัวผมกลับรู้สึกเฉยๆ มากเมื่อได้รู้ว่าอนิเมะเรื่องล่าสุดที่เพิ่งเข้าโรง คือ The Tales of Princess Kaguya นิทานปรัมปราเรื่องหนึ่งที่น่าจะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปในญี่ปุ่น และคนไทยที่สนใจวัฒนธรรมของญี่ปุ่น ซึ่งสำหรับผมที่แค่เคยรู้ผ่านๆ แล้วก็รู้สึกแค่ว่านอกจากความเป็นนิทานชวนฝันที่มีโครงเรื่องทั้งน่าพิศวงและตลกขบขันอยู่หลายตอน ก็สนุกดี แต่เมื่อฟังจบกลับไม่ได้รู้สึกว่านิทานเรื่องนี้มีคติสอนใจอะไรนัก แรงดึงดูดให้เข้าโรงหนังเรื่องนี้จึงมีไม่มากเท่าไร

ประกอบกับเมื่อได้เห็นโปสเตอร์ที่เต็มไปด้วยสีขาวกับภาพวาดภู่กัน ยิ่งทำให้ผมมองไม่ออกว่าจะมีอะไรลึกซึ้งให้ซึมซับได้เลย เรื่องเจ้าหญิงผู้เป็นเทพธิดามาจุติบนโลกนี้แล้วก็กลับไปยังสรวงสวรรค์ ถ้าจะนำมาตีความใหม่อย่างมากก็อาจจะตีความว่าคะงุยะฮิเมะน่าจะเป็นมนุษย์ต่างดาวที่สุดท้ายก็มียานอวกาศมารับกลับไป สภาพก่อนเข้าโรงหนังของผมจึงเตรียมใจไปยอมรับอย่างเดียว คือ หนังฉาย 12:30 และรอบต่อไปคือ 15:00 …หนังยาวแน่นอน ดี คุ้มดี (ha-ha)

ขณะดู ชอบทั้งสองส่วน

ผมเห็นความสวยงามของเฉดสีและลวดลายที่สง่างามที่ถูกเลือกใช้ในไตเติ้ล ได้เห็นลายเส้นภู่กันเหมือนภาพการ์ตูนเก่าๆ และความกระตุกของภาพด้วยวิธีสร้างแอนิเมชั่นแบบวาด frame-by-frame ได้ยินเพลงร้องเล่นของเด็กๆ ที่มีความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆ ในงานกำกับศิลป์ตลอดทั้งเรื่อง ดูเพลิน และพอทำให้หายคิดถึงได้บ้าง

แต่สิ่งที่คู่ขนานกับงานกำกับศิลป์คือตัวบทและวิธีเล่าเรื่องมีความร่วมสมัยกว่างานภาพมากขึ้นหน่อย และตัวเรื่องของเจ้าหญิงคะงุยะเองที่ถ้าไม่พินิจพิเคราะห์ให้ดีๆ เราก็รับรู้ได้โดยราบรื่น ว่าทั้งหมดนี้คือการย้อนเล่านิทานปรัมปราให้เห็นภาพขึ้นเท่านั้นเอง

แต่พอใกล้ๆ จะจบเรื่อง ผมเริ่มเห็นลักษณะการย้ำซ้ำๆ ของอะไรบางอย่างที่พอปะติดปะต่อสิ่งละอันพันละน้อยที่เล่ามาตลอดเรื่องเข้าหาแล้ว มันบาดหัวใจผมเข้าไปลึกจนตกใจ รู้สึกหวิวไม่ต่างจากอาการร่วงลงจากท้องฟ้าของคะงุยะเลย

หลังจากนี้อาจกล่าวถึงเนื้อเรื่องบางส่วนถ้าเป็นไปได้ดูก่อนก็ดีนะครับ อยากให้ไปดูกันเยอะๆ ครับ โดยเฉพาะผู้หญิงทุกคน ที่ฝันหาและอยากจะมีความรักเพราะประเด็นของอนิเมะเรื่องนี้ คือ ผู้หญิงหารักแท้ได้จากผู้ชายประเภทไหนบ้าง?

(ต่อจากนี้คือสปอยล์)

ผู้ชาย 9 คนที่หาดีไม่ได้เลย

ประเด็นแรกที่สะกิดใจผมมากคือ ในเรื่องนี้เราหาผู้ชายดีๆ ไม่ได้สักคนเลย

1020725-taleofprincesskaguya-02

ทั้งๆ ที่มีผู้ชายที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของคะงุยะก็หลายคน และมี 8 คนที่เป็นตัวละครสำคัญ และ 1 ตัวละครที่แม้ไม่สำคัญมากแต่ก็ทำพฤติกรรมแบบเดียวกัน นั่นคือพยายามจะเอาเปรียบคะงุยะไม่ทางตรงก็ทางอ้อม ตั้งแต่ซึเตะมารุ คนตัดฟืน – พ่อเลี้ยงของคางุยะ คนตัดไผ่ – เจ้าชาย 5 พระองค์ – องค์จักรพรรดิ์ และในเรื่องมีคหบดีผู้ตั้งชื่อให้คะงุยะเพิ่มอีกคนหนึ่ง ผมนับคนนี้เป็นคนที่ 9 เพราะเห็นแง่มุมที่ไม่เข้าท่าบางอย่างของเขา ในฐานะผู้ชายเหมือนกัน

ใน 8 ตัวละครหลักๆ นั้นหากเราหาตำนานคนตัดไผ่ในวิกิพีเดียอ่านประกอบก็พอจะเห็นว่ามีหลายส่วนที่ไม่สอดคล้องกับนิทานแต่เดิมหลายคน เช่น องค์จักรพรรดิ์มิคาโดะที่ในเรื่องทรงทำมากกว่าการมาดูตัวที่บ้าน คหบดีที่ตั้งชื่อนั้นก็ออกอาการวัวแก่กินหญ้าอ่อนทุกครั้งเมื่อเอ่ยถึงเรือนร่างหรือความกระชุ่มกระชวยเมื่อได้อยู่ใกล้คะงุยะจนทำให้เจ้าชายทั้ง 5 พระองค์นั้น “ควบม้า” ไปหาคะงุยะแทบจะในทันที หรือแม้แต่ตัวซึเตะมารุที่ได้มาพบกับคะงุยะก่อนจบและมีลักษณะแบบนามธรรมเหมือนการได้ร่วมรักกับคะงุยะ ก่อนที่เธอจะจากไปและเหลือภาพเป็นแค่ความฝันสำหรับชายที่มีเมียแล้วคนหนึ่งเท่านั้นเอง ซึ่งนั่นคงเจ็บปวดที่สุดแล้วสำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง และมันมากพอจะทำให้ชีวิตเธอหันกลับทิศในทันที ตามที่จะพูดถึงในส่วนต่อไป

แต่ก่อนหน้าคลื่นลูกนั้นในเรื่องยังมีจุดสูงสุดของบทในเรื่องครั้งหนึ่ง เมื่อเราได้เห็นคะงุยะแววตาเปี่ยมไปด้วยความหวังและร่างกายสั่นเทิ้มเพราะคำโอ้โลมปฏิโลมเหล่านั้นที่เร้าลึกเข้าไปถึงมโนสำนึกของเธอจนแทบควบคุมตัวเองไว้ไม่อยู่ เมื่อหนึ่งในเจ้าชาย 5 พระองค์เกลี้ยกล่อมหญิงสาวผู้ไม่เดียงสาโดยใช้เพียงวาจาทำเล่ห์เพทุบายกับเธอเท่านั้น นี่เป็นอีกครั้งที่สารัตถะในนิทานปรัมปราไม่มีแต่เนื้อหาในอนิเมะกลับให้เวลากับรายละเอียดอย่างเต็มที่ ทั้งคำพูดยังมีลักษณะร่วมสมัยเกินกว่าหนุ่มหล่อในยุคโบราณจะใช้กัน เรื่องเหล่านี้ผมเห็นว่าล้วนมีความจงใจในการวางน้ำหนักให้เราเห็นอย่างชัดเจน ว่าคะงุยะเสียใจเพียงไหนที่เธอรู้ว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นเพียงแค่คำหลอกลวงแสนจะเหมือนจริงที่แทบทำให้เธอเทใจให้ผู้ชายคนนี้ไปแล้วด้วยซ้ำ

kaguya_1.0เจ้าชายทั้ง 5 พระองค์นั้นล้วนใช้วิธีแตกต่างกันในการพยายามเข้าให้ถึงใจหญิงสาว หนึ่งคนใช้ทุนเพื่อหวังต่อทุน (ได้นางมาเป็นภริยา) หนึ่งคนกล้าพูดโกหกต่อหน้า หนึ่งคนเอาคำหวานเข้าหว่านล้อม หนึ่งคนก็พยายามแต่ไม่ไหวจริงๆ ก็เลิก และอีกหนึ่งคนตาย ซึ่งการตายไม่ว่าจะอุบัติเหตุหรือเพื่อประชดรักก็ไม่เคยทำให้เกิดอะไรดีกับฝ่ายหญิงเลย และสุดท้ายคือภาพของจักรพรรดิ์ที่ใช้กำลังและอำนาจเข้าหักหาญน้ำใจเธอ ฯลฯ ภาพของผู้ชายที่กล้าทำสิ่งไร้สาระและหลายครั้งดูไร้การศึกษาเพียงเพื่อจะให้ได้มาซึ่งใจของหญิงงามเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกเป็นคำรบแรก ว่า The Tales of Princess Kaguya เวอร์ชั่นนี้ อาจถูกจงใจนำมาตีความเป็น “สุภาษิตสอนหญิง” ที่จริงจังเหลือเกิน พอนึกได้อย่างนี้ทำให้ผมนึกเชื่อมโยงไปถึง Spirited Away ที่ดูเหมือนจะแทรกประเด็นการใช้แรงงานและละเมิดศีลธรรมผู้เยาว์เอาไว้ข้างในอย่างแยบยลพอกัน …แต่เรื่องของคะงุยะนั้นจะแจ้งกว่ามากทีเดียว

และสุดท้าย แม้แต่พ่อเลี้ยงของเธอเอง ก็หลงผิดมาจนตลอดชีวิตว่าทุกสิ่งที่ทำนั้นเขาทำเพื่อลูก…

ผมไล่นึกย้อนทั้งหมดนี้ด้วยความปวดร้าวใจตอนท้ายๆ เรื่อง เพราะตำนานเจ้าหญิงคะงุยะฉบับนี้กำลังบอกกับหญิงสาวว่าผู้ชายสมัยนี้ (ที่แสดงโดยผู้ชายสมัยก่อน) หาที่ดีไม่ได้เลยสักคนจริงๆ

จันทรประเทศ และผู้มารับคะงุยะ

การเพ้อไปว่าตนเองมาจากดวงจันทร์นั้นมีความหมาย สำหรับผมนะ

หลังจากพบซึเตะมารุที่เดินทางกลับมาที่เมืองบ้านเกิดครั้งสุดท้าย ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไป นัยยะอย่างหนึ่งที่เราจับได้หลังจากการเดินทางกลับจากเมืองบ้านเกิดคือคะงุยะกลับมาพร้อมกับความผิดหวัง เธอเสียความหวังครั้งสุดท้ายไปกับชายที่เธอคิดว่าอาจจะเป็นรักแท้ และนั่นน่าจะนำความหดหู่เข้ามาในจิตใจของเธอได้มากพอจนเธออาจเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นละครเวทีที่มีจุดไคลแม็กซ์รุนแรงและสมบูรณ์ นางเอกอาจเลือกใช้การฆ่าตัวตาย หรือจิตฟั่นเฟือน หรือแม้แต่หันเข้าหาพระธรรมเพื่อละทางโลก

หลายสัญลักษณ์ที่มีส่วนย้ำความมั่นใจของผมเองส่วนตัวในประเด็นนี้ คือดวงจันทร์โดยตัวนั้นมีนัยยะหมายถึงผู้หญิงอยู่แล้ว และในเรื่องจะเห็นว่าบรรดาผู้คนบนก้อนเมฆที่ลอยมานั้นล้วนดูแล้วเป็นหญิงทั้งสิ้น แต่ส่วนนี้ตรงในรูปวาดในวิกิพีเดียที่อาจสื่อว่าบนสวรรค์มีแต่หญิงสาวเท่านั้นก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม มีผู้ที่เข้าลักษณะชายคนเดียวเท่านั้นคือคนที่ยืนข้างคะงุยะในตอนสุดท้าย และมีลักษณะความเป็นพระตถาคตหรือพระโพธิสัตว์ตามวิถีพุทธทางมหายานอยู่มาก รวมทั้งคำพูดที่ว่าละจากโลกที่โสมมนี้กลับมาอยู่จันทรประเทศเถิดนั้น ไปจนถึงเพลงที่พูดถึงการหมุนวนของชีวิตคนดังกงเกวียน น่าจะเป็นหลายๆ อย่างที่ประกอบกันเข้าเพื่อพยายามสื่อสารเรื่องนี้ทางอ้อมมายังผู้ชมว่าผู้กำกับกำลังคิดอะไร

ทดลองเล่าเรื่องคู่ขนาน

ผมจึงขอสรุปว่า ถ้าทั้งนิทานปรัมปราและอนิเมะเวอร์ชั่นนี้คือการตีความที่ต้องกัน ตำนานเจ้าหญิงคะงุยะคือการบอกเล่าเนื้อหาอันหนักอึ้งเหล่านี้โดยปรับแปลงรายละเอียดของเรื่องไป เพียงเพื่อให้ยังคงอรรถรสที่ดีของการเป็นนิทานเพื่อความบันเทิงเอาไว้ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง ผมจึงนึกเสียใจถ้าหากจะไม่ได้จดความคิดนี้เอาไว้ก่อนที่ผมจะหลงลืมทุกอย่างไป

และเพื่อให้น้ำหนักความเชื่อของผมในข้อนี้มากขึ้น ถ้าใครได้ดู The Life of Pie คงเข้าใจเรื่องการเล่าเรื่องคู่ขนานที่ผมกำลังจะลองเล่าเทียบให้ดูนี้ได้เป็นอย่างดี

ถ้าให้ผมเล่าโดยอาศัยตำนานเจ้าหญิงคะงุยะเป็นภาพนามธรรม ภาพรูปธรรมของเรื่องนี้อาจเป็นเรื่องของเจ้าหญิงจอมแก่นคนหนึ่งที่อยู่ในวัง เคยได้ยินแต่นางสนมเล่าเรื่องนอกวังให้ฟังจนยอมตกสวรรค์เพื่อจะมาดูให้เห็นจริงกับตา จึงหนีจากสังคมเมืองไปหาความเรียบง่ายในชนบท แต่กลับถูกคนแจ้งจับกลับมาส่งเพื่อแลกกับยศศักดิ์ และชีวิตหลังจากนั้นก็มีแต่เรื่องผู้ชายมากหน้าหลายตามาหมายปอง แม้แต่จักรพรรดิ์ก็ยังหมายปองเธอถึงขนาดเข้าใช้กำลังและอำนาจบังคับเอา จะกลับมาหาเพื่อนรักแต่เดิมแต่ก็กลับเป็นแค่คนหลอกลวงอีกคนเท่านั้น จนในที่สุดเธอไม่อาจเลือกอะไรได้อีก นอกจากหันหน้าเข้าหาที่พึ่งสุดท้าย ที่ๆ เธอจะได้ใส่เสื้อคลุมที่ทำให้ลืมอดีตที่ผ่านมาได้ แม้ใจอาจจะอนุญาตให้อาลัยหาบ้างในบางครั้งก็ตาม

การจบที่ไม่โสภา แววตาของเจ้าหญิงคะงุยะ ทำให้ผมน้ำตารื้นด้วยสองประการ ใจหนึ่งคือสงสารผู้หญิงที่โหยหาความรักด้วยใจบริสุทธิ์ทุกคนถ้าจะต้องถูกพัดพาด้วยเล่ห์กลของผู้ชายจนต้องเสียคนไปอย่างนี้ นี่คือความอยุติธรรมอย่างที่สุดที่คนจะพึงทำกับคน และอีกข้อคือ ทุกวันนี้ผมเองก็ยังพบผู้หญิงมากมายทั้งไกลตัวและใกล้ตัวที่ต้องบอบช้ำเพราะนิยามความรักเอาไว้สวยงามเกินไป จนมองเจ้าชายทั้ง 5 พระองค์ดีกว่าความเป็นจริง

เราควรมองโลกในแง่ดี เพื่อเราจะรักคนอื่นได้
แต่เราก็ควรมองโลกในแง่ร้ายบ้าง เพื่อจะได้ระวังตัวเป็น

จากใจ ผมอยากให้ผู้หญิงทุกคนได้มีความรักที่แสนวิเศษเหมือนที่ตัวฝันไว้ทุกๆ คนครับ เลือกดีๆ นะครับ


อัพเดท

ชอบความคิดเห็นนี้ ถ้าเทียบกับวัฒนธรรมญี่ปุ่น ขอสันนิษฐานว่า ตำนานเจ้าหญิงคะงุยะ จริงๆ อาจเล่าถึงชีวิตของไมโกะสาวน้อยสักคนหนึ่งที่หนีออกจากสำนัก ก่อนจะถูกดึงกลับมามีชีวิตเช่นนี้แล้วจบลงด้วยการปลงผมหันเข้าสู่ทางธรรม เป็นไปได้มากเพราะภาพ flashback ของผู้หญิงที่ร้องเพลงบนดวงจันทร์ก็เหมือนนะ ทำให้เราคิดไปอย่างนั้นได้ด้วยเหมือนกัน เห็นด้วยครับ

 

ภาพ: you2play.com, theverge.com, awn.com

Leave a Reply